วันนี้ที่จำได้

วันและเหตุการณ์สำคัญในอดีตของไทย และของโลก



การล่มสลายของราชวงศ์ชิง

พ.ศ. 2454

การล่มสลายของราชวงศ์ชิงใน พ.ศ. 2454 ถือเป็นการสิ้นสุดของประวัติศาสตร์การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในจีน ที่ยาวนานมากว่า 2,000 ปี

ในทางการปกครอง

การบริหารจัดการที่ล่มสลายล้วนมีที่มาเหมือนกัน 3 ประการเช่นกัน คือ

1) ความแตกแยกในสังคม

2) ผู้นำไม่เข้มแข็ง

3) ถูกแทรกแทรงจากผู้มีอำนาจ หรือเรียกสั้นๆ ว่า "ขาดความสามัคคี" นั่นเอง

ในทางพุทธ

เราเชื่อว่าสรรพสิ่งล้วน อนิจจัง หมายถึง สภาวะธรรมที่มีอยู่จริง เป็นความไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง ไม่แน่นอน หรือ ตั้งอยู่ในสภาวะเดิมได้ยาก ถือเป็นองค์ประกอบ 1 ใน 3 ประการของ ไตรลักษณ์ (ลักษณะธรรมชาติที่ไม่แน่นอน 3 ประการ)

1. อนิจจัง/อนิจจตา (impermanence) คือ ความเป็นของไม่เที่ยง หมายถึง ความไม่เที่ยง ความไม่ถาวรคงที่แน่นอน ความไม่คงที่อยู่ได้ในสภาพเดิมตลอดไป ภาวะที่เกิดขึ้นแล้วเสื่อมสลายแปรปรวนไป

2. ทุกฺขัง/ทุกขตา (stress and conflict) คือ ความเป็นทุกข์ หมายถึง ความผิดหวังที่เกิดจากสิ่งที่ไม่เป็นไปตามความประสงค์ของตนเอง รวมถึงภาวะที่ถูกบีบคั้นด้วยการเกิดขึ้นของเหตุอันไม่พึงประสงค์ เกิดสภาพฝืนทน และขัดแย้งอยู่ในตัว

3. อนัตตา/อนัตตตา (soullessness หรือ non-self) คือ ความเป็นอนัตตา หมายถึง ความไม่ใช่ตัวตน หรือ ความไม่มีตัวตนแท้จริงของสรรพสิ่ง และไม่สามารถควบคุมให้คงอยู่ได้ตามความมุ่งหมายของตน

ระลึก 199 ปี ชาตการ หลุยส์ ปาสเตอร์

27 ธันวาคม

ระลึก 199 ปี ชาตการ หลุยส์ ปาสเตอร์

นักเคมีและนักจุลชีววิทยา คนสำคัญของโลก


เกิด 27 ธันวาคม 2365 ณ โดล, ฝรั่งเศส

เสียชีวิต 28 กันยายน 2438 ณ Marnes-la-Coquette, ฝรั่งเศส


ศึกษาที่มหาวิทยาลัยเบซากอง และมหาวิทยาลัยปารีส ดำรงตำแหน่งอาจารย์ ที่สตราบวร์ก ลิลล์ และมหาวิทยาลัยปารีส และศาสตราจารย์สาขาเคมี ที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ เมื่อปี 2410


วันนี้ท่านคงเสียใจ ที่เห็นลูกหลานใช้ฐานความรู้ของท่าน สร้างความเสียหาย ความตื่นกลัวแก่ชาวโลก เพียงเพื่อการค้าและทำลายล้าง


- วิกิพีเดีย

- ขอบคุณภาพจาก the standard

วันเด็ก (Children's Day)
เสาร์ที่สองของเดือนมกราคม

วันเด็กเกิดขึ้นได้อย่างไร

นายวี เอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิการเด็กระหว่างประเทศ เสนอต่อกรมประชาสงเคราะห์ ให้มีการจัดงานวันเด็กขึ้นในประเทศไทย โดยอ้าง 2 เหตุผล เพื่อ …

  1. ส่งเสริมให้ประชาชน เห็นความสำคัญของเด็ก

  2. กระตุ้นเตือนให้เด็ก เห็นความสำคัญของตนเอง

จนกระทั่งเกิดงานวันเด็กขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2498 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่ทั่วโลกจัดงานวันเด็กเป็นครั้งแรก "จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม" เป็นคำขวัญวันเด็กครั้งแรกของเด็กไทย ที่นายกรัฐมนตรี ป. พิบูลย์สงคราม กำหนดไว้เมื่อปี พ.ศ. 2499

ทำไมต้องเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม

เดิม ราชการกำหนดให้วันเด็ก ตรงกับวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม กระทั่งปี พ.ศ.2506 จึงได้เปลี่ยนไปเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม เนื่องจากเห็นว่า เป็นช่วงที่พ้นจากฤดูหนาวมาแล้ว และเป็นวันหยุดราชการทำให้เกิดความสะดวกด้วยประการทั้งปวง [edtguide.com]

และเป็นการดี เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองจะได้ใช้เวลาในวันหยุด มีกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ซึ่งเกิดขึ้นได้ยากหากเป็นวันทำงานปกติของพ่อแม่ผู้ปกครอง ทั้งยังเป็นโอกาสให้ส่วนราชการ เปิดสถานที่สำคัญให้เด็กๆ ได้บ่มเพาะ เปิดโลกทัศน์ โดยไม่รบกวนเวลาราชการ ถือเป็นการส่งเสริมครอบครัวในการพัฒนาเด็ก เพิ่มเติมจากที่โรงเรียนได้ทำหน้าที่แล้วในเวลาราชการ และที่เป็นวันวันเสาร์ที่สอง ก็เพราะให้ถัดจากเสาร์แรกที่ครอบครัวฉลองปีใหม่กัน [ธงชัย สิทธิกรณ์]

นับตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2508 เป็นต้นมา ประเทศไทยก็จัดงานวันเด็กในวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม มาโดยตลอดอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ยกเว้นในปี พ.ศ. 2507 เท่านั้น ที่ว่างเว้นการจัดงานไป 1 ปี

สวัสดีประเทศไทย

22 มกราคม

สวัสดี เป็นคำทักทายของคนไทย ใช้กล่าวเมื่อมาพบกันครั้งแรก หรือบอกลาเมื่อจากกัน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายว่า สวัสดี หมายถึง ความดี ความงาม ความเจริญรุ่งเรือง และความปลอดภัย


สวัสดี เริ่มใช้เป็นครั้งแรก ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ที่ริเริ่มใช้คือ อาจารย์ พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) โดยท่านพิจารณามาจาก "สวัสติ" ในภาษาสันสกฤต หลังจากนั้น วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2486 จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี (ในสมัยนั้น) เห็นชอบให้ใช้คำว่า "สวัสดี" เป็นคำทักทายอย่างเป็นทางการ

วันน้ำโลก

22 มีนาคม

แม้ว่าพื้นที่ 2 ใน 3 ของโลกจะเป็นน้ำ แต่ส่วนใหญ่เป็นน้ำเค็มที่พบได้ในทะเลและมหาสมุทร คิดเป็นร้อยละ 97.5 ส่วนอีกร้อยละ 2.5 เป็นน้ำจืด และส่วนใหญ่เป็นน้ำแข็งบริเวณแอนตาร์กติกาและกรีนแลนด์ รวมไปถึงน้ำใต้ดินที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ด้วย


แหล่งน้ำจืดที่นำมาดื่มกินและนำมาใช้ประโยชน์ จึงได้มาจากทะเลสาป อ่างเก็บน้ำ แม่น้ำ และสำธาร ซึ่งมีจำนวนเพียงร้อยละ 0.26 ของน้ำจืดที่มีอยู่ทั้งหมด และน้ำจืดในปริมาณดังกล่าว ยังมีส่วนหนึ่งที่อยู่ในสภาพปนเปื้อนและมีสารพิษ ต้องทำการบำบัดก่อนนำมาใช้อีกด้วย ในปัจจุบัน มีประชาชนเกือบ 1,400 ล้านคน ทั่วโลก ที่ขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับบริโภค


จากการที่น้ำจืดของโลกขาดแคลนมากขึ้น ในปี พ.ศ.2535 สมัชชาสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปีเป็น “วันน้ำของโลก” หรือ “World Day for Water” โดยเริ่มต้นในปี 2536 เป็นปีแรก และชักชวนให้ประเทศต่างรับเป็นวันสิ่งแวดล้อมของชาติ เพื่อระลึกถึงความสำคัญของน้ำ ซึ่งเป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลก อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในหมู่มวลมนุษยชาติในเรื่องการอนุรักษ์น้ำ ช่วยกันดูแล บำรุงรักษา การพัฒนาแหล่งน้ำ และจัดการทรัพยากรน้ำจืดอย่างยั่งยืนสำหรับอนาคต ตลอดจนดำเนินการตามข้อเสนอแนะของที่ประชุมสหประชาชาติปี 2535 ว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา หรือที่เรียกกันว่า Agenda 21


องค์การสหประชาชาติยังได้กำหนดนโยบายการจัดการแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน 5 ประการ ได้แก่

  1. การจัดการให้พื้นที่ที่มีความต้องการใช้น้ำมากที่แตกต่างกันได้มีโอกาสใช้น้ำอย่างเท่าเทียมกัน

  2. การอนุรักษ์แหล่งน้ำ โดยพัฒนาแหล่งน้ำให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อแหล่งน้ำ

  3. การควบคุมดูแลการใช้น้ำจากแหล่งต้นน้ำให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพและปริมาณการใช้น้ำของแหล่งปลายน้ำ

  4. การจัดการกับปัจจัยอื่นๆ โดยดูแลปัจจัยต่างๆ ที่อาจจะมีผลกระทบต่อแหล่งน้ำ

  5. การจัดการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามความเหมาะสม

เริ่มต้นวันฉัตรมงคล

5 พฤษภาคม 2493

ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ


วันที่ 5 พฤษภาคม 2493 วันที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงขึ้นครองราช และถือเป็นวันหยุดราชการ กระทั่งพระองค์ท่านเสด็จสวรรคต ในปี พ.ศ. 2559


ดังนั้น ปี พ.ศ. 2560 จึงเป็นปีแรก ที่วันที่ 5 พฤษภาคม จะไม่ได้เป็นวันหยุดราชการ เฉกเช่นเมื่อ 70 ปี ที่ผ่านมา

วันเสด็จสวรรคต รัชกาลที่ 2

21 กรกฎาคม 2367

191 ปี วันเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

(พระราชสมภพ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2310)


พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) เสด็จสวรรคต เนื่องจากทรงพระประชวรด้วยพิษไข้ ไม่รู้สึกพระองค์ พระราชวงศานุวงศ์เห็นว่า เจ้าฟ้ามงกุฎฯ ยังทรงผนวชและมีพระชนม์เพียง 20 พรรษา จึงเห็นพ้องให้อัญเชิญกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว


(ขอขอบคุณ ทรูปลูกปัญญา และ Wiki pedia)

วันรำลึกวงเวียน 22 กรกฎาคม

22 กรกฎาคม

22 กรกฎาคม

วันรำลึกวงเวียน 22 กรกฎาคม


วงเวียน 22 กรกฎาคม สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงตัดสินพระทัย นำประเทศไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2460 โดยประกาศสงครามกับกลุ่มประเทศฝ่ายมหาอำนาจกลาง ส่งผลให้เมื่อสิ้นสุดสงคราม ประเทศไทยได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ และการทหาร รวมทั้งสามารถเรียกร้องแก้ไขและยกเลิกสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ของชาติมหาอำนาจที่เคยทำไว้กับประเทศไทย


วงเวียน 22 กรกฎาคม เป็นวงเวียนน้ำพุ ณ จุดที่ถนน 3 สายตัดกัน คือ ถนนไมตรีจิตต์ ถนนมิตรพันธ์ และถนนสันติภาพ อยู่ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ถนนรอบวงเวียนมีชื่อว่า ถนนวงเวียน 22 กรกฎาคม

(วิกิพีเดีย)

วันภาษาไทยแห่งชาติ

29 กรกฎาคม

29 กรกฎาคม

วันภาษาไทยแห่งชาติ


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปทรงอภิปรายเรื่อง "ปัญหาการใช้คำไทย" ในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิที่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ซึ่งเป็นที่มาของวันภาษาไทยแห่งชาติ


เว็บไซต์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้บันทึกไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงแสดงพระปรีชาสามารถ และความสนพระราชหฤทัยห่วงใยในภาษาไทย จนเป็นที่ประทับใจผู้ร่วมประชุมครั้งนั้นเป็นอย่างยิ่ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งความว่า

"เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้ก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือ ให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่ง ต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่า วิธีใช้คำมาประกอบประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สาม คือ ความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้...สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆ ก็ควรจะมี ควรจะใช้คำเก่าๆ ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก"


คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อ พ.ศ. 2542 เห็นชอบให้วันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ

วันสื่อสารแห่งชาติ

4 สิงหาคม

วันสื่อสารแห่งชาติ

4 สิงหาคม

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2426 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา "กรมไปรษณีย์" และ "กรมโทรเลข" ขึ้นในประเทศไทย

นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของกิจการสื่อสารในประเทศ และได้ทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช (ภาพด้านขวา) เป็นอธิบดีผู้สำเร็จราชการทั้งกรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขเป็นพระองค์แรก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2441 จึงได้มีการวมทั้ง 2 กรมนี้เป็นกรมเดียวกัน โดยใช้ชื่อใหม่ว่า “กรมไปรษณีย์โทรเลข”

เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้ทรงมีแก่กิจการไปรษณีย์ไทย คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2526 กำหนดให้ วันที่ 4 สิงหาคมของทุกปีเป็น "วันสื่อสารแห่งชาติ" และจัดงาน "วันสื่อสารแห่งชาติ" ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2526 โดยจัดร่วมกับงาน "ครบรอบ 100 ปี ของการสถาปนากรมไปรษณีย์โทรเลข" และการเฉลิมฉลอง "ปีการสื่อสารโลก" ของสหประชาชาติด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับการสื่อสาร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระทัยด้านการสื่อสารตั้งแต่ทรงพระเยาว์ " ทรงทดลองต่อสายไฟพ่วงขนานกับลำโพงขยายของเครื่องรับวิทยุส่วนพระองค์ที่ผลิตจากประเทศสวีเดน ยี่ห้อ ' Centrum ' จากห้องที่ประทับพระองค์ท่าน ไปยังห้องที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทั้งสองพระองค์ทรงพอพระทัยในบริการเสียงตามสายไม่น้อย " (สุชาติ เผือกสกนธ์, วันสื่อสารแห่งชาติ : 2530)


ขอบคุณ Kapook.com | MThai.com

ความสูญเสียที่ฮิโระชิมะ

6 สิงหาคม 2488

6 สิงหาคม 2488

ความสูญเสียที่ฮิโระชิมะ


วันที่สหรัฐอเมริกาตัดสินใจ ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโระชิมะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปลายสงครามโลกครั้งที่สอง โดยประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แฮร์รี เอส. ทรูแมน เป็นผู้สั่งการ เมื่อวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488


ระหัสของ "ระเบิดปรมาณู" หรือที่เรียกในปัจจุบันว่าระเบิดนิวเคลียร์ มีชื่อเรียกว่า "เด็กน้อย" หรือ "ลิตเติลบอย" ใส่เมืองฮิโระชิมะในวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ตามด้วย "ชายอ้วน" หรือ "แฟตแมน" ลูกที่สองใส่เมืองนะงะซะกิ โดยให้จุดระเบิดที่ระดับสูงเหนือเมืองเล็กน้อย นับเป็นระเบิดนิวเคลียร์เพียง 2 ลูกเท่านั้น ที่นำมาใช้ในประวัติศาสตร์การทำสงคราม


แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตที่ฮิโระชิมะ 140,000 คน และที่นะงะซะกิ 80,000 คนโดยนับถึงปลายปี พ.ศ. 2488 จำนวนคนที่เสียชีวิตทันทีในวันที่ระเบิดลง มีจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนที่กล่าว และในระยะต่อมายังมีผู้เสียชีวิตด้วยการบาดเจ็บ หรือจากการรับกัมมันตรังสีที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากการระเบิดอีกนับหมื่นคน ผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดของทั้ง 2 เมืองเป็นพลเรือน


ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย

รำลึกถึงพระบิดาแห่งกฎหมายไทย รำลึกวันรพี

7 สิงหาคม

7 สิงหาคม

รำลึกถึงพระบิดาแห่งกฎหมายไทย รำลึกวันรพี


วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ผู้ทรงเป็นผู้วางรากฐานด้านกฎหมายในเมืองไทย


พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 14 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) สิ้นพระชนม์ ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2463 พระชนมายุ 45 ปี


สมัยพระองค์เป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม พระองค์ทรงทุ่มเทให้กับงานราชการอย่างเต็มความสามารถ มิได้ทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย พระยามานวราชเสวี เคยทูลถามว่า "ไม่เคยเห็นใครทำงานมากอย่างใต้ฝ่าพระบาท ใต้ฝ่าพระบาทมีพระประสงค์อย่างไร" ทรงตอบว่า "รู้ไหมว่า My life is service" ซึ่งหมายความว่า "ชีวิตของฉันเกิดมา เพื่อรับใช้ประเทศชาติ"


ด้วยคุณาณุปการอันล้นพ้น เนติบัณฑิตยสภา ได้ถวายการยกย่องพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เป็น "พระบิดาแห่งกฎหมายไทย" เมื่อปี พ.ศ. 2497 และได้เริ่มต้นเรียกวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี ว่าเป็น "วันรพี"


ขอขอบคุณ: สำนักงานศาลยุติธรรม http://www.coj.go.th/day/rapee.html)

วันอาเซียน

8 สิงหาคม

อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East AsianNations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 เมื่อเริ่มก่อตั้ง ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย


ผู้แทนทั้ง 5 ประเทศ ประกอบด้วย 1. นายอาดัม มาลิก (รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย) 2. ตุน อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน (รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติมาเลเซีย) 3. นายนาซิโซ รามอส (รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์) 4. นายเอส ราชารัตนัม (รัฐมนตรีต่างประเทศสิงค์โปร์) และ 5. พันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ (รัฐมนตรีต่างประเทศไทย)


ในเวลาต่อมา ได้มีประเทศเข้าเป็นสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ 6. บรูไนดารุสซาลาม เป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2527 7. เวียดนาม เป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2538 8. สปป.ลาว และ 9.พม่า เป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2540 และ 10. กัมพูชา ประเทศล่าสุด เข้าเป็นสมาชิก เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2542 ทำให้ให้ปัจจุบันมีสมาชิกอาเซียนทั้งหมด 10 ประเทศ


ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

วันแม่แห่งชาติ

12 สิงหาคม

12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ

ในปี ค.ศ. 1872 จูเลีย วอร์ด ฮาว (Julia Ward Howe) นักเคลื่อนไหวทางสังคมชาวบอสตัน สหรัฐอเมริกา ต้องการเรียกร้องสันติสุขจากการพบแม่ในวันแม่


ต่อมา มีผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส (Anna Marie Jarvis) คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าจะประสบความสำเร็จ แม่ของเธอเสียชีวิตครบ 2 ปีพอดี โดยในปี พ.ศ. 2457 (ค.ศ.1914) ประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และใช้ดอกคาร์เนชั่นเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ หากแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้าน หรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่หากแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว

วันแม่ในประเทศไทย

ในประเทศไทย มีการจัดงานวันแม่ครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2486 ณ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน แต่เนื่องจากเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไปโดยปริยาย หลังผ่านพ้นวิกฤติสงครามแล้ว หลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นให้มีวันแม่ขึ้น แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร มีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่หลายครั้ง แต่กำหนดวันแม่ที่ประชาชนนิยม และเป็นที่รับรองของรัฐบาล ฯพณฯจอมพล ป.พิบูลสงคราม คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 กำหนดงานวันแม่ เรียกว่า "วันแม่ของชาติ" ดำเนินงานต่อมาหลายปี แต่ก็ไม่ต่อเนื่อง


จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ โดยให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็น "วันแม่แห่งชาติ" และกำหนดให้ดอกมะลิ สีขาวบริสุทธิ์ ที่ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย เป็นสัญลักษณ์วันแม่แห่งชาติ ตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา


ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 เริ่มมีการตั้งคำขวัญวันแม่แห่งชาติขึ้น และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อนำไปเผยแพร่เทิดพระคุณแม่ทั่วประเทศ

คำขวัญจากอดีต

  • 2558 คือ "ดินและน้ำ ลมและฟ้า ป่าและเขา รวมกันเข้าคือทรัพย์สินแผ่นดินแม่ ฝากลูกไทยรวมใจภักดิ์รักดูแล เพื่อมอบแก่หลานเหลนไทยไปชั่วกาล"

  • 2557 คือ "รักเรียน รู้งาน ถนอมบ้านเมืองไทย ร่วมใจสามัคคีคือลูกที่ดีของแม่"

  • 2556 คือ "คำโบราณว่าดูนางดูอย่างแม่ คือคำแปลว่าแม่ดีมีลูกเด่น จะชายหญิงรู้ชั่วดีมีกฎเกณฑ์ เพราะจัดเจนแบบอย่างในทางดี"

  • 2555 คือ "มือของแม่นั้นคือมือช่างปั้น ขึ้นรูปอันอ่อนลออจนหล่อเหลา อยากให้เป็นงานดีที่งามเงา อยู่ที่คอยขัดเกลา แต่เบามือ"

  • 2554 คือ "เพลงชาติไทยเตือนไทยไว้เช้าค่ำ ให้จดจำจารึกใจไว้ทุกส่วน จะดำรงคงไทยได้ทั้งมวล ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี"

  • 2553 คือ "แผ่นดินนี้แม่ของลูกใช้ปลูกข้าว กี่แสนก้าวที่เดินซ้ำย่ำหว่านไถ บำรุงดินจนอุดมสมดังใจ หวังนาไทยเป็นของไทยไปนิรันดร์"

  • 2552 คือ "แผ่นดินนี้ปู่ย่าตายายสร้าง เคยทอดร่างลงถมถิ่นแผ่นดินแม่ ขอลูกไทยรักษามั่นไม่ผันแปร เป็นไทยแท้มิใช่ไทยแต่ในนาม"

  • 2551 คือ "เมื่อเกิดมาอาศัยถิ่นแผ่นดินไหน ควรมีใจกตัญญูรู้คุณถิ่น หากคนไทยรู้ตอบแทนคุณแผ่นดิน จักไม่มีวันสิ้นแผ่นดินไทย"

  • 2550 คือ "ข้าวในนาปลาในน้ำคำโบราณ คือตำนานความอุดมสมบูรณ์สิน ฝากลูกไทยร่วมห่วงแหนรักแผ่นดิน ถนอมไว้อย่าให้สิ้นแผ่นดินไทย"

  • 2549 คือ "รักในหลวงพร้อมใจใส่เสื้อเหลือง รักบ้านเมืองจงน้อมใจให้สร้างสรรค์ ใส่สีเดียวแล้วใจเดียวกลมเกลียวกัน รักเช่นนั้นชาติของตนจึงพ้นภัย"

  • 2548 คือ "ดุจดังแม่ผู้ประเสริฐบังเกิดเกล้า เลี้ยงเราทุกคนมาจนใหญ่ ทุกคำข้าวคือสินแผ่นดินไทย ควรตรองใจทดแทนคุณแผ่นดิน"

  • 2547 คือ "เลี้ยงลูกมาอย่างน้อยเจ็ดร้อยปี ให้อยู่ดีกินดีมีสุขถ้วน แม้มีใจกตัญญูรู้การควร ไทยทั้งมวลจงตอบแทนคุณแผ่นดิน" และ
    "แผ่นดินไทยให้ชีวิตจิตวิญญาณ เลี้ยงสังขารลูกไทยจนใหญ่กล้า เทียบพระคุณของท่านคือมารดา จงรักษาและทดแทนคุณแผ่นดิน"

  • 2546 คือ "สามร้อยหกสิบห้าวันคือวันแม่ มิใช่แค่วันใดให้นึกถึงสม่ำเสมอสมัครจิตคิดคำนึง เหมือนแม่ซึ่งรักลูกครบทุกวัน"

  • 2545 คือ "แม่คือพระประจำอยู่ในบ้าน บูชาท่านไว้เถิดเกิดมิ่งขวัญ พระคุณแม่เลิศล้ำเกินรำพัน แม่จึงเป็นคนสำคัญทุกวันไป"

  • 2544 คือ "พระองค์แรกผู้แสนดีให้ชีวิต ครูคนแรกผู้ประสิทธิ์การศึกษา สองหัตถ์โอบนคราพาร่มเย็น รวมคุณค่านี้ได้แก่แม่เราเอง"


ขอขอบคุณ กัลยาณมิตร | Kapook | MThai | Scoop MThai

วันครูโลก

5 ตุลาคม


วันรู้รักสามัคคี

4 ธันวาคม

วันรู้รักสามัคคี : 4 ธ.ค.เป็นวันสิ่งแวดล้อมไทยเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือเป็นวันรู้รักสามัคคี