ธงชัยออนไลน์

รวมข้อคิดความเห็น มุมมองชีวิตและการบริหารจัดการ จากประสบการ์ส่วนตัว บนสื่อสังคมออนไลน์ โปรไฟล์ธงชัยสิทธิกรณ์ และออนไลลน์ หัวข้อ รู้ไปก็เท่านั้น

ตอนที่ 369 ความมืดคืบมาอย่างช้า ๆ

บทความเพื่อผู้อายุ 60 ขึ้น ได้ตระหนักในแต่ละฉากของชีวิตว่า ควรใส่ใจ ทำอะไรบ้าง เพื่อจะไม่ตื่นตระหนก เมื่อเวลาปิดฉากชีวิตมาถึง


ฉากแรก คนรอบข้างเริ่มหายไป

พ่อแม่ ปู่ย่า ตายายจากไปสิ้น เพื่อนรุ่นเดียวกันก็อยู่กับการดูแลตนเอง คนรุ่นลูกหลานก็ยุ่งอยู่กับงานของพวกเขา เหลือแต่วันว่างๆ และอยู่คนเดียว


เราควรเรียนรู้ในการหากิจกรรม เพื่อลดการเผชิญกับความเหงา


ฉากที่สอง สังคมสนใจเราน้อยลง

แม้โปรไฟล์ในอดีตของเราจะฟูเฟื่องเพียงใด เราจะเป็นชาย/ หญิงชราธรรมดาที่ไม่มีสปอตไลท์ส่องที่ตัวเราอีกต่อไป


เราต้องเรียนรู้ที่จะมีความสุขในมุมเงียบๆ ที่จะตื่นเต้น ชื่นชม และสร้างสรรค์คนรุ่นหลัง แทนการตำหนิติเตียนพวกเขา


ฉากที่สาม โรคร้ายในอนาคต

โรคเบาหวาน ความดัน โรคทางสมอง หูอื้อ ตาลาย กระดูก หลอดเลือด มะเร็ง และสารพัด อาจมาเยี่ยมเยือนเรา


เราต้องเลิกเพ้อฝันว่าจะปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่ต้องรู้จักและมีกำลังใจที่จะอยู่กับโรคเหล่านั้น ทั้งต้องมีทัศนคติที่ดีต่อการให้กำลังใจตัวเอง และการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม


ฉากที่สี่ หวนคืนวัยเด็ก กับคู่ชีวิตและคนรอบข้าง

ชีวิตเรากำเนิดจากทารกบนเตียงเปล หลังสู้ชีวิตดิ้นรนตรากตรำ สุดท้ายก็กลับคืนสู่จุดเริ่มต้นนั้น เพื่อรับการดูแลจากผู้อื่น


แตกต่างเพียง ตอนที่เรามา พ่อแม่ดูแลเรา แต่ตอนนี้ไม่มีท่าน แม้จะมีญาติอยู่ข้าง ๆ ก็เทียบไม่ได้ เพราะญาติ/ คนดูแลไม่ใช่คนในสายเลือดโดยตรงเฉกเช่นพ่อแม่


เราต้องเจียมเนื้อเจียมตัว และอดทน แสดงความห่วงใยกันและกัน และขอบคุณบุคคลเหล่านี้ ทั้งไม่ควรคาดหวังพึ่งลูกหลานอย่างเดียว พวกเขามีครอบครัวต้องรับผิดชอบดูแล สุดท้ายคู่ชีวิต ก็ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน


ฉากที่ห้า เผชิญผู้หลอกลวง

ในเส้นทางที่เหลือ จะมีบุคคลคนจ้องหลอกลวงมากมาย พวกเขารู้ว่าผู้สูงอายุมีเงินออม และพยายามรวยทางลัด


เราต้องระมัดระวังเรื่องเหล่านี้ พยายามใช้เงินก้อนสุดท้ายของคุณให้คุ้มค่าที่สุด


ฉากที่หก ก่อนฟ้าจะมืดลง

ในช่วงท้ายของชีวิตฟ้าค่อย ๆ มืดลง การใช้ชีวิตลำบากขึ้นเป็นธรรมดา การมองโลกในแง่ดี ทะนุถนอมเวลา และสนุกกับชีวิตอย่างเต็มที่จึงสำคัญสำหรับผู้สูงวัย


เราต้องเลิกสนใจกระแสสังคม เลิกการกักขังตัวเอง เลิกดูถูกตัวเอง เลิกอวดเก่ง เลิกพูดจาดูถูกทำร้ายผู้อื่น แต่ยิ่งควรต้องรู้จักเคารพผู้อื่น ขณะเดียวกัน ต้องเข้าใจวาระสุดท้ายของชีวิต จิตใจเตรียมพร้อม ทำตัวสบายตามธรรมชาติ


19 มิถุนายน 2565

ปรุงแต่งจาก บทความสำหรับผู้สูงวัย ของ Zhou Da xin ผู้ชนะรางวัล Mao Dun Literature Prize

ตอนที่ 368 เงินงานกาลเวลา แลความสุข

งานคือเงิน เงินงาน บันดาลสุข

งานคือเงิน แม้ไร้สนุก ไม่เข้าท่า

งานคือเงิน จำให้ดี มีราคา

งานคือเงิน ตั้งหน้า อย่าสนใคร


ไม่มีใคร มีสุข ไร้ทุกข์ขัง

ไม่มีใคร ล้มแล้วยัง ไม่เคลื่อนไหว

ไม่มีใคร ผิดหวัง ตลอดไป

ไม่มีใคร สุขสมใจ ทุกเพลา


เวลาผ่าน พ้นไป ไม่หวนกลับ

เวลาผ่าน คืนวันลับ ให้หวนหา

เวลาผ่าน บั่นลงไป ในเวลา

เวลาผ่าน อีกไม่ช้า จบทุกตน


ไม่เคร่งครัด จัดสรรใจ ในวันนี้

ไม่เคร่งครัด ไฝ่ดีดี ในทุกหน

ไม่เคร่งครัด จะทุกข์ ในใจตน

ไม่เคร่งครัด จะไม่พ้น ทุกข์ตรมมา


บางคนสรร หาเงิน สรรเสริญนัก

บางคนสรร หาคนรัก เป็นนักหนา

บางคนสรร หาบ้าน ปานราชา

บางคนสรร หายศฐา หน้าตาดี


หาให้พบ สิ่งคาด ที่มาดหมาย

หาให้พบ ใจกาย ในวิถี

หาให้พบ เงื่อนไข ในชีวี

หาให้พบ แม้ทุกข์มี ต้องอดทน


อาจไม่ผิด ที่ตั้งมั่น ฝันให้สูง

อาจไม่ผิด ให้นำจูง ประเสริฐผล

อาจไม่ผิด ที่ไม่ยอม พรางใจตน

อาจไม่ผิด ตามฝันจน พ้นสังคม


คงดีแน่ จัดสรรได้ ในวันนี้

คงดีแน่ หากชีวี ได้สุขสม

คงดีแน่ หากใจสนุก ไม่ทุกข์ตรม

คงดีแน่ ได้ชมงาม ตามเพลา


จงตื่นพร้อม กายใจ ได้ความคิด

จงตื่นพร้อม ชีวิต ที่สรรหา

จงตื่นพร้อม สังคมดี มีเมตตา

จงตื่นพร้อม หันหน้า สามัคคีกัน


ขอได้อย่า เสียเวลา แม้สักนิด

ขอได้อย่า ห่างจิต วัฏสงสาร

ขอได้อย่า ผลาญเวลา ให้เนิ่นนาน

ขอได้อย่า นึกแต่วัน ที่ทุกข์ใจ


ปฏิบัติ ต่อกัน ฉันท์เพื่อนรัก

ปฏิบัติ เสมือนจัก ไร้วันใหม่

ปฏิบัติ ทุกเวลา ด้วยใส่ใจ

ปฏิบัติ รักษ์ใจไว้ ไม่เลือนกัน


ให้ดูแล พ่อแม่ ที่แก่เฒ่า

ให้ดูแล ลูกเต้า เฝ้าสานฝัน

ให้ดูแล คู่ชื่น ทุกคืนวัน

ให้ดูแล แบ่งปัน แก่ทุกคน


ด้วยเพราะชี- วิตนี้ ที่สั้นนัก

ด้วยเพราะชัก- ช้าไป ไม่เป็นผล

ด้วยเพราะเสีย- เวลาไป ให้ทุกข์ทน

ด้วยเพราะสน- ใจปลูกตน จนเบิกบาน


18 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 367 การศึกษา กับศักดิ์ศรีแห่งปริญญา

ทุกสถาบันการศึกษา มีระดับมาตรฐานความเป็นเลิศของตัวเอง ปัญญาชนไม่พึงอ้างระดับหรือมาตรฐานการศึกษา เพื่อเป็นเครื่องมือยกตน หรือหมิ่นแคลนผู้อื่น อันธพาล และผู้ต่ำตมเท่านั้น ที่ใช้การศึกษาเป็นข้ออ้างเพื่อบทบาทตน


คนพวกนี้ แม้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันโด่งดัง ก็มิอาจแสดงเกียรติ ไม่มีศักดิ์และสิทธิ์เช่นที่ปรากฏในใบปริญญาบัตรของตนเลยแม้แต่น้อย


คนพวกนี้ หากสถิตสังกัด ณ ที่ใด ก็มีแต่จะสร้างความเสื่อมถอย เดือดร้อน รำคาญ ให้กับสถานที่หรือองค์การเหล่านั้น


คนพวกนี้ มีสถานะเป็น VIP ได้ แต่ต้องเข้าใจว่าหมายถึง Very Idiot People เท่านั้น


17 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 366 ความรู้และความเชื่อ

ผู้สร้าง และผู้ทำลายกายและใจ

ในโลกออนไลน์ทุกวันนี้ ดูเหมือนผู้คนจะมีสติปัญญา สรรหากลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างผลงานหลอกลวงเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ประชาชนคนรับข่าวสาร กลับใช้ปัญญาไตร่ตรองในการเสพข่าวน้อยลงแบบสวนทางกัน


เข้าใจว่าปัญหาสำคัญของผู้เสพสาร คือการใช้ความเชื่อนำเหตุผล เพราะขาดสติจากอาการ ‘หิวแสง’ โดยได้แรงกระตุ้นจาก VLS* (ViewLikeShare) ปัจจัยทางสถิติยอดนิยมของผู้คนในยุคนี้


เมื่อ VLS กลายเป็นความต้องการทางพฤติกรรมของผู้คนเยี่ยงนี้แล้ว ก็ชัดเจนว่าจะเป็นอุปสรรค/ภัยคุกคามที่สำคัญต่อการใช้สติปัญญาแยกแยะจริงเท็จของผู้คน


ที่น่าห่วงคือ พัฒนาการของเยาวชนคนรุ่นใหม่อนาคตของชาติตาดำดำ ที่ต้องเติบโตในช่วงขาลงของความเจริญด้านจิตใจของมนุษย์นี้นี่เอง


*VLS ไม่มีในพจนานุกรม เพราะเพิ่งกำหนดวันนี้


16 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 365 พูดสั้นสะใจเรา

“ ใจดำมาก พูดสั้น ๆ แค่นี้หล่ะ ”

“ ไม่พูดเยอะ เจ็บคอ “

“ ก้อแล้วแต่ “

“ คนเรารู้อยู่แก่ใจ “

“ ไม่คิดจะคุยกับเราตั้งแต่วันแรก

พอมาวันนี้ จะมาพูดแบบนี้ ซึ้งใจมาก ”


‘ใจดำมาก พูดสั้น ๆ แต่นี้แหละ’ = 9 คำ

’ไม่พูดเยอะ เจ็บคอ’ = 5 คำ

‘ก็แล้วแต่’ = 3 คำ


จำนวนคำสั้นยาวไม่สำคัญ สาระคือ คนต้นเรื่องที่เราไม่พอใจนั้น เขาได้รับรู้ จนได้สำนึกปรับปรุงตนหรือไม่ หรือเพียงแค่ ‘สะใจ’ หรือได้หลอกตัวเองว่า ‘ได้ปลดปล่อย’ เท่านั้น


ผู้คนจะเห็นตัวเรา จากวาจาที่เอื้อนเอ่ยนั้น มากกว่าเห็นสิ่งเลวร้ายของบุคคลที่เรามุ่งปรามาส เยี่ยงนั้นแล้ว คำเดียวสั้น ๆ คือ ‘อดทน’


อด คือไม่ได้ในสิ่งที่ปรารถนา

ทน คือได้ในสิ่งที่ไม่ปรารถนา


15 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 364 ภพภูมิและวิญญาณ ของนกสองหัว

ปุจฉา:

“อาจารย์เชื่อเรื่องวิญญาณ และเรื่องตายแล้วเกิดใหม่มีจริงหรือไม่ ได้เปิดใน YouTube พูดเรื่องพุทธธรรม อ้างว่าชาวพุทธเชื่อเพราะตีความตามพระไตรปิฎก”


วิสัชนา:

เรื่องนี้ผมก็ได้ยินคน 2 กลุ่ม ใช้เหตุผลคัดคานกันมาตั้งแต่เด็ก เวียน-วนอยู่กับข้อคำถาม “ตายแล้วไปไหน” โยงไปถึงนรก สวรรค์ วิญญาณ และภพภูมิ คิดว่าเรื่องนี้น่าจะถกกันไปอีกนานหลายรุ่นไม่รู้จบแน่นอน (eternity)


ท่านพุทธทาส กล่าวชัดเจนว่า หลายเรื่องในพระไตรปิฏก เป็นการเพิ่มเติมแบบเกินความจำเป็นในศตวรรษหลัง ๆ อันนี้ผมศรัทธาเต็มรัอย (เชื่อ)


ส่วนเรื่องภพภูมิวิญญาณ นั้น ขอเป็น “นกสองหัว” เชื่อตามเจตนาของผู้พูด (ตามหลักกาลามสูตร) กล่าวคือ


หากพูดเรื่องนี้ เพื่อชี้นำให้ผู้คนปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ไม่เห็นแก่ตัว และทำให้ผู้คนสบายใจได้ ผมก็เชื่อว่าสิ่งที่พูดนั้นมีเหตุผล


ในทางกลับกัน หากคนพูดเรื่องนี้ เพื่อเชื่อมโยง สู่อาการ ‘หวังผลดลบันดาล’ ส่งเสริมพุทธพาณิชย์ ผมก็ถือว่าไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อ


เหตุที่ต้องเป็นนกสองหัว เพราะเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีข้อสรุปแบบม้วนเดียวจบ เราต่างรู้ดีว่าเรื่องนี้เป็นปัจเจกตามจิตวิญญาณแต่ละคน เป็นศาสตร์เพื่อกล่อมเกลาจิตใจคน ให้มุ่งมั่น ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ


หากใช้เรื่องนี้ไปในทางเสื่อมมอมเมา สร้างทุกข์ มากกว่าการตื่นรู้ ก็ไม่ต่างกับไสยศาสตร์


14 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 363 มองให้เห็นแลเข้าใจ

แบกไว้มาก ก็ปวดหลัง

ยึดไว้มาก ก็หนักใจ

ถือไว้มาก ก็เดินไม่ถนัด

เก็บไว้มาก ก็อึดอัดภายใน


ลองถอยออกมาสักนิด ออกมาดูอยู่ห่าง ๆ เดินไปรอบ ๆ แล้วมองกลับเข้าไปอีกครั้ง อาจได้เห็นและเข้าใจได้ว่า หลายสิ่งไม่จำเป็นต้องครอบครอง


อยากทำชีวิตให้เบา ก็ควรเริ่มจากใจเบา เมื่อใจเบา ก็ตัวตัวเบา และไม่รู้สึกเหนื่อย แล้วชีวิตย่อมมีความหมายมากขึ้น


ทุกเรื่องในชีวิต ย่อมมีทั้งดีและไม่ดีบ้าง ขอเพียงเรียนรู้และยอมรับอย่างเข้าใจ มองชีวิตในมุมใหม่ที่ต่างไปจากเดิม


เชื่อว่า เราก็จะได้พบกับความจริงประการหนึ่งว่า

ดีมากแล้ว ที่เรายังมีเวลา มีโอกาสลืมตาขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ให้เราได้มีโอกาสทำเรื่องที่ดีต่อตัวเอง ครอบครัว และสังคม


แม้วันก่อน ๆ มันอาจจะไม่ดีบ้างก็ไม่เป็นไร แต่วันนี้ดีจังยังมีลมหายใจ


13 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 362 อำนาจแลบารมี

คนเราในโลกนี้ สั่งสมแต่สิ่งในโลกนี้ ไม่มีโอกาสสร้าง "ปัญญาบารมี" ในทางธรรม


ปัญญาบารมีเท่านั้นเป็นสิ่งสำคัญ การสร้าง "อำนาจ" ในชาติปัจจุบัน ก็ดีเฉพาะหน้า เขาใช้ผิดก็เป็นบาป เป็นอกุศลกรรมของเขาต่อไป โดยไม่ทราบต้นสายปลายเหตุ


คนที่ศึกษาธรรมะ เป็นผู้สั่งสมปัญญาบารมี สามารถมีความสุขท่ามกลางไฟร้อนได้ ไฟที่ร้อนที่สุดคือ ไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ ที่บางคนถูกเผาอยู่ ยังไม่รู้สึกตัวเลย


สิ่งสำคัญของการปฏิบัติ คือการมีสติ รู้สึกตัว จะทราบว่าสิ่งที่เราทำนั้น ใช่หรือไม่ใช่ เป็นทางสู่ความดีงามหรือไม่


แต่สำคัญที่ว่า ทุกคนไม่ได้มีจุดหมายเดียวกัน บางคนมองใกล้ บางคนมีสายตากว้างไกลกว่านั้น.


พรวันเกิดจากผู้มีพระคุณ เมื่อปี 2555


12 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 361 LINE กับผู้สูงวัย

ปฐมบท

โอ้ชีวิต มาฮิตไลน์ ในยามแก่

เป็นแน่แท้ แก้ไม่หาย ไลน์ไม่ห่าง

ก่อนได้หลับ ต้องมองไลน์ ไม่ได้วาง

อยู่เคียงข้าง ไม่ห่างหาย ให้ไกลตา


ตื่นขึ้นมา ก็คว้าไลน์ มาไล่อ่าน

ใครส่งสาส์น อ่านแล้วไลน์ ย้อนไปหา

หากไม่มี มันแสนเศร้า เปล่าอุรา

ไลน์ไม่มา หน้าไม่ล้าง ช่างหัวมัน


ไลน์ตอนแก่ แย่สิ้นดี ไม่มีแว่น

มุ่งหาแป้น ตัวพิมพ์ จิ้มไม่หัน

อยากจะแอ๊พ ส่งข้อความ ต้องตามทัน

ผิดถูกนั้น ก็จิ้มไป ใจสั่งมา


ภาคประสบการณ์

ใคร ๆ ที่ใช้ไลน์สื่อสาร โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่ใช้ไลน์ โปรดระวังคำหวาดเสียว จากการพิมพ์ผิด หรือการพิมด้วยเสียง ในคำต่อไปนี้


สวัสดีอาเฮีย กลายเป็น สวัสดีไอ้เหี้ย

น่ารักดีออก กลายเป็น น่ารักอีดอก

เป๊ะมาก กลายเป็น แป๊ะมาก

เสียงดัง กลายเป็น เสียวดัง

ความเสี่ยง กลายเป็น ความเสี่ยว

รูปถ่าย กลายเป็น รูถ่าย

ร้านอัดรูป กลายเป็น ร้านอัดรู

ตกข่าว กลายเป็น ตกขาว

มีไข้สูง กลายเป็น มีไข่สูง

ฯลฯ


ภาคเชิญชวน

https://linevoom.line.me/post/_dUqtJAnw0VJC5tkXm_xC6KFQlpJqi8-5sGz0mJc/1165469578846763298


11 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 360 บริหารและจัดการ สองความต่างที่สอดคล้องกัน

บริ = แวดล้อม ทั่วไป โดยรอบ

หาร = ทำให้พอดี มีสมดุลย์

บริหาร = ทำสิ่งสำคัญรอบตัวให้สมดุล (Administration)

จัดการ = ทำให้ความสมดุลย์เกิดขึ้นจริง (Management)


บริหาร เป็นหลักการ จัดการ เป็นวิธีการ


‘บริหารจัดการ’ จึงอยู่ด้วยกันเป็นคำเดียวด้วยความสามัคคี


เมื่อประสงค์ทำการใดให้ราบรื่นลงตัว ต้องมองให้เห็นปลายทางไม่คลุมเครือ และรู้ต่อไปว่าต้องทำอะไรบ้าง กรอบเวลา (time frame) ก็ต้องมา พร้อมให้ใช้กำกับวันเวลาตามนั้น นั่นคือ ‘การบริหาร’


การบริหาร ต้องบินสูง ให้เห็นภาพรวมในมุมกว้าง ให้รู้ว่าใคร (who) ควรจะทำอะไร {what) ที่ไหน (where) และเมื่อใด (when)


การจัดการ ต้องบินต่ำ ชอนไชซอกแซก เข้าถึงรายละเอียด มองให้เห็นวิธีการ ว่าต้องทำอย่างไร (how)


การมุ่งจัดการ โดยบกพร่องเรื่องบริหารนั้น ก็ไม่ต่างกับการชกแบบ ‘มวยวัด’


ดังนั้น ผู้บริหาร ที่เป็นนักบริหาร จึงจำเป็นต้อง ‘บินให้สูง’


เมื่อต้องการบินสูง น้ำหนักตัวต้องเบา อย่าเพิ่มน้ำหนัก ด้วยงานหลายตำแหน่ง หลายหน้าที่ และที่สำคัญ อย่าทำตัวเป็นศูนย์กลางของทุกเรื่อง เพราะนั่นคือ ‘ภาระ’ มิใช่ ‘ความรับผิดชอบ’


ชัดเจนให้ได้ว่า ใครสำคัญกับงานเราบ้าง ให้นำงานนั้นใส่ถุง ยกให้เขาเหล่านั้นแบกแทนเรา


หมั่นตรวจติดตามเพดานบินของเรา และผู้ร่วมงาน แล้ววันนั้น จะได้ทราบโดยดุษฎีว่า เราตัวหนักเกินไปไหม และบินสูงเพียงพอหรือเปล่า


10 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 359 แปดประสานกาย-ใจให้อายุยืน

ความเข้าใจที่ว่า ‘การออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง’ นั้น มีความเป็นจริง ที่ได้รับการยอมรับกันทั่วไป


ปัจจุบันมีการพูดถึง ‘การมีอายุยืน’ กันมากขึ้นด้วย ว่ากันว่า ร่างกายที่แข็งแรงแรง กับการอายุยืน เป็นคนละเรื่องกัน


ความสำคัญของ 2 เรื่องดังกล่าว ถูกจัดเรียงเป็นแนวปฏิบัติให้เป็นนิสัย 8 ลำดับ เพื่อให้ได้ร่างกายที่แข็งแรง ร่วมกับการประสานใจ ให้อายุยืนได้ ดังนี้


ลำดับ 8 ออกกำลังกาย

ลำดับ 7 กินปลาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ลำดับ 6 กินพืชผัก 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์

ลำดับ 5 ดื่มน้ำให้เพียงพอ ทุกวัน

ลำดับ 4 กินไข่ 1 ฟอง ต่อวัน

ลำดับ 3 กินอาหารให้อิ่มแค่ 8 ส่วน

ลำดับ 2 การพักผ่อน นอนหลับที่เพียงพอ

ลำดับ 1 การยึดมั่น ให้อารมณ์ดีตลอดเวลา


ผู้สูงวัยที่อายุยืน ล้วนเป็นผู้มองโลกในแง่ดี แม้จะมีประสบการณ์ชีวิตที่เลวร้าย แต่พวกเขาก็ยังยิ้มได้ จิตใจและอารมณ์ที่มีความสุข ความสงบ ถือเป็นสิ่งบำรุงกายที่ดีที่สุด ดังพังเพยโบราณที่ว่า ‘จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว’ โดยแท้


ออกกำลังกาย มีผลทางกาย

บริหารกำลังใจ มีผลทั้งกาย และใจ


9 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 358 โลกออนไลน์ พฤติกรรมออนไลน์

ทุกวันนี้ เชื่อได้ว่าเราล้วนมีโปรแกรม Facebook, Messenger, LINE, Twitter, Instagram หรืออื่น ๆ ในชื่อเราเอง เป็นช่องทางการสื่อสารของตน กันเกือบทุกคน


เสียดาย หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อน เกี่ยวกับประโยชน์พื้นฐานของโปรแกรมเหล่านี้ โดยมักมองเป็นเพียงตัวสร้างความบันเทิง แก้เหงา คลายเครียด หรือช่วยไม่ให้ตกกระแส และใช้คำว่า ‘เล่น’ แทนที่จะกล่าวว่า ‘ใช้ Facebook, ใช้ LINE ใช้ … อย่างที่ควรจะเป็น


ข้อเสนอ

1. ควรเห็นว่า ช่องทางสื่อสารออนไลน์ของทุกคน มีทั้งเพื่อกลุ่มสังคม และเพื่อส่วนตัวเราเอง

2. เราอาจละเลยไม่สนใจ Facebook ที่เป็นกลุ่มสังคมได้ แต่ไม่ควรละเลย Messenger ที่เป็นช่องทางส่วนตัว

3. เราอาจละเลยไม่สนใจ กลุ่ม LINE แต่ไม่ควรละเลย LINE ส่วนตัว

4. ควรใส่ใจเข้าดูข้อมูลส่วนตัวข้อ 2 และ 3 เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง (ไม่ควรน้อยกว่าเดือนละครั้ง)


เมื่อได้ยอมรับให้มีช่องทางส่วนตัว เพิ่มขึ้นจากเบอร์โทรศัพท์ และตู้จดหมายหน้าบ้าน ในชีวิตเราแล้ว จะดีกว่าไหม หากจะใช้ช่องทางเหล่านั้น ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่ตน


8 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 357 โซตัส นัยที่ถูกลืม

บทพิสูจน์ spirit รุ่นพี่ และสถาบัน

โซตัส (SOTUS) มาจากภาษาอังกฤษ 5 คำ ได้แก่ …

Seniority = รุ่นพี่

Order = ปรารถนา

Tradition = ขนบธรรมเนียม ประเพณี

Unity = ใจประสานใจ

Spirit = ใจไฝ่ดี มีความรับผิดชอบ


แปลเป็นนัยว่า ‘ความปรารถนาของรุ่นพี่ ที่จะปลูกฝัง แนวปฏิบัติและขนบธรรมเนียมอันดีงามให้แก่น้อง ๆ ด้วยใจประสานใจ เยี่ยงปัญญาชนผู้มีความรับผิดชอบ’


SOTUS มักถูกอัางถึง ในสถานการณ์การรับน้องของรุ่นพี่ในสถาบันอุดมศึกษา โดยรุ่นพี่ของสถาบันเหล่านั้น ตีความเจตนา SOTUS ผิดเพี้ยน สร้างความชอบธรรมด้วยวลีว่า ‘รุ่นพี่ถูกเสมอ’ เพื่อสร้างอิทธิพลแก่ตนเอง


อันทึ่จริง การตีความดังกล่าวนั้น จะเป็นคุณ ตามปฐมเจตนาของผู้คิดระบบนี้ หากเหล่ารุ่นพี่จะได้ตระหนักว่า ตนคือผู้ช่ำชองประสบการณ์ ผ่านร้อน-ผ่านหนาวมาก่อนน้อง ๆ


การดำเนินชีวิตในระดับอุดมศึกษา เสมือนเป็นชีวิตใหม่ในระบบโรงเรียนของรุ่นน้อง บรรยากาศการเรียนที่คุณครูเคยเป็น ‘ผู้สอนสั่ง’ เปลี่ยนไปเป็น ‘ผู้ชี้นำ’ (ชี้นำทั้งในรั้วมหาวิทยาลัย และชี้นำสังคม) ทั้งการเรียนที่น้อง ๆ เคยเป็น ‘ผู้ทำตาม’ ก็ต้องเปลี่ยนไปเป็น ‘ผู้ทำเอง’ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ง่ายต่อการปรับตัวของน้อง ๆ


ดังนั้น นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญของรุ่นพี่ ที่จะช่วยเป็นผู้ชี้นำแก่น้อง ๆ แทนคณาจารย์ นั่นเอง


เสียดาย ที่รุ่นพี่ไม่เอาไหน ทำให้ระบบที่เป็นสิ่งดีงามต้องมัวหมอง และ

เสียดายกว่า ที่สถาบันอุดมศึกษายุติระบบนี้ แทนการสร้างเจตนคติที่ถูกต้องให้กับรุ่นพี่ ในฐานะผู้มีวุฒิภาวะสูงสุด


7 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 356 สืบเจตนา: การใช้รถ-ใช้ถนน

ได้รับคำสอนสืบทอดว่า “ไม่ว่าการใด ร่างกายและจิตใจเรา ต้องเป็นส่วนหนึ่งของกิจการงานนั้น ๆ”


การใช้รถ ใช้ถนนก็เฉกเช่นกัน


ล้างรถ ใจต้องรู้จักของเหลว-ความสะอาด และรู้จักซอกมุมของตัวรถ

ดูแลรถ ใจต้องรู้จักระบบพื้นฐานที่สำคัญของตัวรถ

ขับรถ ใจต้องรู้-สำนึกว่า กฎจราจร คือกฎแห่งความปลอดภัย และกายต้องเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ


‘คนขับรถเป็น’ กับ ‘คนขับรถได้’ ทั้งหญิงและชาย ก็ต่างกันเพียงวัฏปฏิบัตินี้ นี่เอง


6 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 355 หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน

หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน สำนวนไทยที่คล้ายกับ …

ภาษิตจีน ที่ว่า ทางไกลทำให้รู้กำลังม้า กาลเวลาทำให้รู้ใจคน (路遥知马力 日久见人心) [สุวรรณา สนเที่ยง]

ภาษิตฝรั่ง ที่ว่า เมื่อระยะทางพิสูจน์ความแข็งแกร่งของม้า เวลาจึงเปิดเผยหัวใจของบุคคล (As distance tests a horse’s strength, so time reveals a person’s heart.)


สำนวนภาษิตเหล่านี้ มีเจตนาให้ทุกคนตระหนักว่า คนที่เรารู้จักนั้น เราอาจไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เป็นคนอย่างไร (you may know me BUT you have no idea WHO I AM)


บ่อยครั้ง เราได้ยินคนอื่น ว่าเขาดี/ไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ ซึ่งในความเป็นจริง อาจตรงกันข้ามกับคำกล่าวอ้างนั้นได้


ดังนั้น สถานการณ์แวดล้อมและกาลเวลา จะเป็นเครื่องมือวัด ให้ประจักษ์ว่า แท้จริงแล้ว เขาคนนั้นเป็นใคร เป็นคนเช่นไร


หากอ่านแล้วเครียดกับความหมายในพังเพยนี้ ขอให้ดูภาพประกอบเพื่อผ่อนคลาย


5 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 354 ชีวิตมีค่า มากกว่าตั้งหน้าทะเลาะกัน

สามีภรรยาคู่นึง ขับรถกลับบ้าน โชคร้ายสามีขับรถเสียหลัก เบียดกับต้นไม้ริมถนน รถพลิกคว่ำ ทำให้ทั้งคู่บาดเจ็บเล็กน้อย


หลังจากออกจากรถได้ ภรรยาได้ชวนสามีสุดที่รักถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก


หลังจากภาพนี้เผยแพร่ออกไป ชาวโซเชี่ยลหลายคน ต่างตั้งถามว่า ทำไมทั้งสองคนจึงยิ้มหวานถ่ายรูปได้ ทั้งที่หากเป็นคนอื่น ภรรยาต้องทะเลาะกับสามีอย่างรุนแรง


ภรรยาให้คำตอบว่า

“ปัญหาเลวร้าย มันเกิดขึ้นและผ่านไปแล้ว เราไม่ควรปล่อยให้อารมณ์เลวร้ายนั้น กลับมาทำร้ายชีวิตคู่ของเรา โชคดีเพียงใดแล้ว ที่เราทั้งคู่ไม่บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต”


ข้อคิด:

ชีวิตเราทุกคนมีค่า มีค่ามากกว่าการมุ่งทะเลาะ ให้ขุ่นเคืองใจกันไม่รู้จบ


4 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 353 เตรียมตนด้วยทฤษฎี 70:30

70% ของสรรพสิ่งรอบตัวเรา

รถหรู 1 คัน 70% เป็นความเร็วเหลือใช้

บ้านหรู 1 หลัง 70% เป็นพื้นที่ว่างเปล่า

ในสถานศึกษา 70% มีครู-อาจารย์เป็นผู้ไร้สาระ

กิจกรรมสังคมหลายอย่าง 70% น่าเบื่อ

ข้าวของเครื่องใช้ของเรา 70% ไม่ได้ใช้ประโยชน์

เงินที่หามาทั้งชีวิต 70% ทิ้งไว้ให้ผู้อื่นใช้


ใช้ชีวิต 30% ของเราให้เรียบง่าย และสนุกกับมัน ดังนี้

แม้ไม่เจ็บป่วย แต่ก็ต้องบำรุง

แม้ไม่กระหาย แต่ก็ต้องดื่ม

แม้ว้าวุ่นเพียงใด ก็ต้องปล่อยวาง

แม้มีเหตุมีผล แต่ก็ต้องยอมคน

แม้มีอำนาจ แต่ก็ต้องถ่อมตน

แม้ไม่เหนื่อย แต่ก็ต้องพักผ่อน

แม้ไม่รวย แต่ก็ต้องรู้จักพอเพียง

แม้ยุ่งเพียงใด ก็ต้องรู้จักพักผ่อน


- คำสอนชาวจีน


3 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 352 อารมณ์และเหตุผล

การรับรู้ที่เกิดจากสภาวะที่ซ่อนเร้นในตัวบุคคล

มนุษย์มีอารมณ์ และเหตุผล เวลาคุยกัน เราใช้อะไร ส่วนใหญ่จะใช้อารมณ์นำ แล้วหาเหตุผลมาสนับสนุน โดยจะไม่รับฟังผู้อื่น


คนภายนอกที่ดูอยู่ จะเห็นว่าทั้งสองเถียงกันคนละมุม แต่เจ้าตัวไม่ยอมรับกันและกัน


โจนาทาน ไฮท์


2 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 351 เรื่องตลก

วันหนึ่ง ชาร์ลี แชปลิน เล่าเรื่องตลกเรื่องหนึ่งแก่ผู้ฟัง แล้วผู้คนทั้งหมดก็หัวเราะ พอเล่าจบ ชาร์ลีก็เล่าเรื่องเดิมซ้ำอีกครั้ง คราวนี้มีคนหัวเราะน้อยลงมาก แล้วเขาก็เล่าเรื่องเดิมซ้ำอีกเป็นครั้งที่สาม คราวนี้ไม่มีใครหัวเราะเลย


หลังขากนั้น ชาร์ลี ก็พูดสิ่งที่สวยงามว่า …

“ เมื่อคุณไม่สามารถหัวเราะให้กับเรื่องตลกที่เล่าซ้ำได้ แล้วทำไมคุณจึงร้องไห้ ให้กับเรื่องเศร้าเก่า ๆ ได้ไม่รู้จบ “


ขาร์ลีกล่าวทิ้งท้ายว่า …

บนโลกใบนี้ ไม่มีอะไรจีรัง แม้กระทั่งปัญหาของเราเอง

ฉันชอบเดินกลางสายฝน เพราะจะไม่มีใครเห็นน้ำตาของฉัน

วันที่เราสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์ คือวันที่เรา ไม่ได้หัวเราะ ไม่ได้ยิ้มออกมาเลย


หมายเหตุ

ชาร์ลี แชปลิน นักแสดงตลกในภาพยนตร์ไร้เสียง แต่มีชื่อก้องโลก เขาเสียชีวิตเมื่อ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2520 ด้วยอายุ 88 ปี


ครั้งหนึ่งเขาได้คุยกับ อัลเบิร์ด ไอสไตล์

ไอสไตล์: “ผมชื่นชมการแสดงของคุณ สิ่งที่คุณทำมันสากลมาก คุณไม่ต้องพูดอะไร ใคร ๆ ก็เข้าใจคุณ”

ชาร์ลี: “ก็จริงนะเพื่อน แต่คุณเยี่ยมยอดกว่าผมมาก ที่คนทั้งโลกชื่นชมคุณ ทั้งที่ไม่มีใครเข้าใจคุณ”


1 มิถุนายน 2565

ตอนที่ 350 สื่อสารสะท้อนท่าที

สื่อสารกับผู้ชาย อย่าลืมศักดิ์ศรีของเขา

สื่อสารกับผู้หญิง อย่าลืมอารมณ์ของเธอ

สื่อสารกับผู้สูงอายุ อย่าลืมเกียรติยศของท่าน

สื่อสารกับวัยรุ่น อย่าลืมการตรงไปตรงมาของเขา

สื่อสารกับเด็ก อย่าลืมความไร้เดียงสาของน้อง ๆ

สื่อสารกับผู้บังคับบัญชา อย่าลืมตำแหน่งของเขา


หากไม่รู้ท่าที ยึดมั่นถือดีว่าตนดีตนเด่น ย่อมต้องเผชิญกับกำแพง ที่แข็งกร้าว ไร้อ่อนโยน

แข็งกร้าว ก็มีดีในความกร้าวแกร่งเด็ดขาด

อ่อนโยน ก็มีดีในความนุ่มนวล ประนีประนอม โอนอ่อนผ่อนปรน


วิถีมนุษย์ หลากหลายที่มา หลากหลายการอบรมเลี้ยงดู (ร้อยพ่อพันแม่) อาจต้องมีบางอารมณ์ที่ต้องโอนอ่อน เพื่อให้การใช้ชีวิตร่วมกันเป็นปกติสุข

โอนอ่อน ใช่อ่อนแอ

ประนีประนอม ใช่ไร้พลัง หมดหนทาง


ส่วนแข็งกร้าว มิต้องอธิบายมากความ เพราะสุ่มเสี่ยงหลายสถาน แข็งกร้าว และอ่อนโยนนั้น เสมือนฟันกับลิ้น แต่สมานกิจร่วมกันในปากได้


ทั้งนี้ ระหว่างฟันกับลิ้น ฝ่ายใดจะยั่งยืนกว่ากัน ทุกท่านย่อมพิจารณาได้ด้วยตนเองโดยลำพัง


31 พฤษภาคม 2565


ปรุงแต่งจากบทเทศนา

พระครูสังฆวิสุทธิ์ พระอาจารย์พวงพิด ธัมมธโร

ตอนที่ 349 คน ผีเสื้อ และดอกไม้

  • กิจกรรมทำนุบำรุงศิลปวัฒนพรรณของบ้าน ประจำสัปดาห์

  • บุคคล ผีเสื้อ และพรรณไม้ในภาพ ได้รับการคุ้มครอง PDPA (Personal Data Protection Act) แล้วทุกประการ

30 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 348 วิทยาการ ไม่เต็มร้อยวันนั้น ภูมิใจวันนี้

ทุกครั้งที่หันกลับไปมองผลงานตัวเองในอดีต คำถามเดียวที่เกิดขึ้นทุกครั้งคือ “ทำไปได้อย่างไร” มันน่าจะเรียบเรียงข้อมูล และการสื่อสารที่ดีกว่านั้น


ตอนนั้น เราคิดเพียงว่าอยากสอน อยากอยู่กับนักศึกษา ทั้งในและนอกห้องเรียน พวกเขาควรเรียนรู้กับเราได้ทุกที่ทุกเวลา และได้มีโอกาสสอนคนทั่วไป ที่ไม่ได้เป็นนักศึกษาในห้องเรียนของเราด้วย


วันนี้เราตระหนักว่า แม้ไม่เต็มร้อยในวันนั้น แต่วันนี้เราภาคภูมิใจ ที่ได้พยายามทำให้ดี ทำให้มีเกียรติ ในวันนี้


ขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ร่วมวิชาชีพ ได้มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงาน ในรูปแบบที่เป็นตัวเอง อย่าให้ความกังวลเรื่องความสมบูรณ์พร้อม 100% หยุดเรา


29 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 347 ครูกับอาจารย์ สองความหมาย เจตนาเดียวกัน

‘ครู’ เป็นชื่อที่ใช้เรียกแทนผู้สอน ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อนุบาล-ม.6) โดยมีตั้งแต่ ครูผู้ช่วย ครูชำนาญการ ครูชำนาญการพิเศษ ครูเชี่ยวชาญ ครูเชี่ยวชาญพิเศษ แล้วแต่วิทยฐานะที่ได้รับ


‘อาจารย์’ เป็นชื่อที่ใช้เรียกแทนผู้สอน ในระดับปริญญาตรี หรือกว่า (ระดับอุดมศึกษา) รวมถึงคณาจารย์ในวิทยาลัย มหาวิทยาลัย


อาจารย์จะเป็นผู้รู้เฉพาะด้าน มีความเชี่ยวชาญเป็นด้าน หรือสาขาวิชา ทั้งนี้อาจเรียกอาจารย์ตามตำแหน่งทางวิชาการว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) รองศาสตราจารย์ (รศ.) หรือศาสตราจารย์ (ศ.) ที่เชี่ยวชาญ และมีผลงานทางวิชาการด้านนั้น ๆ ด้วย


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่บุคคลทั้งสองตำแหน่งมีเหมือนกันคือ (1) การสอน สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนมีความรู้ (Knowledge) ความสามารถ (Skill) ทางวิชาการ และ (2) การสอน สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนมีคุณธรรม (Moral) จริยธรรม (Ethics) เพื่อให้ลูกศิษย์ นำไปพัฒนาตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ


28 พฤษภาคม 2565


ข้อมูลอ้างอิง

พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547

ตอนที่ 346 ชีวิตสองระยะ พ่อแม่พึงสังวรณ์

การถือกำเนิดเกิดขึ้นของชีวิต 2 ระยะ ได้แก่

การถือกำเนิดทางกาย (Physical Birth) เป็นการเกิดขึ้นของร่างกายเด็กทารก และหายใจได้

การถือกำเนิดทางใจ (Psychological Birth) เป็นการเกิดขึ้นของความรู้สึกอบอุ่น จากการกอด หรือสัมผัส


ทั้งสองการกำเนิด ถือเป็นการเกิดขึ้นในวาระแรก ที่สำคัญที่สุดของการมีชีวิต หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งใน 2 สิ่งนี้ เด็กอาจตายภายในช่วง 2-5 ขวบ ซึ่งเด็กจะสื่อสารด้วยการส่งเสียงร้อง เท่านั้น เนื่องจากไม่มีเครื่องมือสื่อความรู้สึก ไม่อาจพูด เขียน หรืออธิบายใดใดได้


เด็กจะบันทึกความรู้สึก ทั้งความรู้สึกด้านบวกและลบเหล่านั้นไว้ และสะสมเพิ่มพูนไปพร้อมกับการเจริญเติบโตในทุก ๆ วัน


พัฒนาการสะสมดังกล่าว จะนำไปสู่ฐานทัศนคติ 4 ประเภท เกี่ยวกับการมีเหตุผลของเด็ก ที่ได้สะสมมา ตั้งแต่ช่วงอายุ 2-5 ขวบ จนเติบใหญ่ ได้แก่


ตัวเองมีคุณค่า คนอื่นมีคุณค่า

| I am OK you are OK |


ตัวเองมีคุณค่า คนอื่นไม่มีคุณค่า

| I am OK you are not OK |


ตัวเองไม่มีคุณค่า คนอื่นมีคุณค่า

| I am not OK you are OK |


ตัวเองไม่มีคุณค่า คนอื่นไม่มีคุณค่า

| I am not OK you are not OK |


27 พฤษภาคม 2565


ขอบคุณภาพประกอบ

จากเลขาดอทฟูด

ตอนที่ 345 ชีวิตดั่งเทียนไข

ชีวิตเราก็เหมือนเทียนไข ส่องแสงเรืองรองเคลื่อนไหวอย่างไม่จีรัง


ทุกข์สุขของเราอยู่ที่ตัวเรา อย่าคาดหวังอะไรจากใคร การดำเนินชีวิตของเรา คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เราจึงไม่จำเป็นต้อง ‘ผูกดวง-แก้กรรม-กันชง’ ใดใด นอกจากแก้ไขพฤติกรรมของเราเท่านั้นก็เพียงพอ


หาตัวเองให้พบ | คบตัวเองให้ได้ | ใช้ตัวเองให้คุ้ม | คุมตัวเองให้อยู่ | รู้ตัวเองให้จริง


เพชรดีดูที่เหลี่ยม | ผ้าดีดูที่ลาย | ดอกไม้ดีดูที่สี | คนดีดูที่การกระทำ


เมื่อเรามีบุญได้เกิดมาเป็นคน ก็ควรสร้างบุญให้สะสมเพิ่มพูนขึ้นกับตัวเรา ด้วยตัวเราเอง ใครทำอะไรกับเรา ก็เป็นกรรมของเขา การโต้ตอบของเรา ก็เป็นกรรมของเรา


อดทนให้ได้ดั่งก้อนหิน | ติดดินให้ได้ดั่งต้นหญ้า | เข้มแข็งให้ได้ดั่งภูผา | อ่อนโยนให้ได้ดั่งธารา | กี่คำนินทา ก็แค่ลมจากปากหมา ลอยผ่านไป


26 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 344 สิบห้าวาจา พาอายุยืน

ปฏิบัติได้ให้ครบ ปลอดโรค ปลอดภัย

1. ดื่มน้ำเป็นยา

2. กินปลาเป็นหลัก

3. กินผักเกินครึ่ง

4. ไข่ไก่ฟองหนึ่ง

5. ไม่พึ่งกาแฟ

6. ไม่แก่ของเค็ม

7. ไม่เข้มของหวาน

8. ไม่ทานของทอด

9. ไม่กอดแต่เหล้า

10. ไม่เฝ้าสูดควัน

11. ไม่หมั่นโกรธา

12. เริงร่าออกกำลังกาย

13. ยืดเส้นสายเป็นนิจ

14. ฝึกสมาธิจิตประจำ

15. สำคัญมั่น จิตปล่อยวาง


25 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 343 คนมีบุญ

คือคนที่สบายใจง่าย ทุกข์ใจยาก ไม่หงุดหงิดง่ายกับอะไรที่ไม่ได้ดังใจ

คือคนที่อยู่ง่าย กินง่าย มักไม่ถือสาสิ่งใดให้เป็นทุกข์

คือคนที่ไม่ถือตัว ไม่คิดว่าตนเองพิเศษกว่าใคร

คือคนที่ไม่จำเป็นต้องเพียบพร้อม

คือคนที่ให้เกียรติคนอื่น ไม่นำตนเองไปเปรียบเทียบกับใคร หรือเอาใครมาเปรียบเทียบกับตน ว่าต่ำกว่าใคร สูงกว่าใคร ดีกว่าใคร เลวกว่าใคร ฉลาดกว่าใคร โง่กว่าใคร

คือคนที่รับฟังคำแนะนำหรือความเห็นผู้อื่น และไม่หลงไปกับคำสรรเสริญ หรือนินทา

คือคนที่มองไปทางไหน ได้ยินอะไร ก็สุขกายสบายใจ เพราะเข้าใจความเป็นธรรมชาติของสรรพสิ่ง

คือคนที่เห็นผู้อื่นได้ดี ก็รู้ว่าเขาเคยทำสิ่งดีงามมาก่อน เห็นคนลำบาก ก็ช่วยเหลือตามกำลัง


สรุปว่า

คนมีบุญ คือคนที่ยังมีชีวิต แต่

คนหมดบุญ แม้ยังไม่ตาย ก็หมดบุญได้

(คนตายเรียก ‘สิ้นบุญ’ คนเป็นเรียก ‘หมดบุญ’)

https://www.facebook.com/1841232262/posts/10217386939145712/?d=n


24 พฤษภาคม 2565


ปรุงแต่งจากบทความวิชาการพระจิตร์ตัณฑเสถียร วัดป่าธรรมอุทยานคำสอนของหลวงตามหาบัวสมเด็จพระสังฆราชหลวงปู่ชา

ตอนที่ 342 ตรวจดวงตา

นัดพบจักษุแพทย์ พบพังผืดที่จอประสาทตาซ้าย วุ้นในตาเสื่อม อาการนี้เกิดขึ้น ตั้งอยู่ตามวัย และจะดับไปตามอายุขัย


ขากลับ ถ่ายภาพคุณหลานสารถี ผู้นำทาง ภาพเบลอเพราะคนถ่ายโดนขยายม่านตาอย่างแรง


กาลนี้สอนให้รู้ว่า

สรรพสิ่งเสื่อม และทรุดโทรมลงตามกาล

การมาพบแพทย์ ควรเผื่อเวลา เฉกเช่นไปสนามบิน


23 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 341 การศึกษา และภาระคุณครูภาษาไทย

เมื่ออายุมากขึ้น อย่างน้อย 9 ย. ก็บังเกิด


พุงยื่น | หน้าย่น | ก้นย้อย | แก้มยุ้ย | น่องยาน | น้ำหนักเยอะ | โรคภัยแยะ | รักษายาก | ลำบากคนข้างเคียง


ผู้สูงวัย ต้องขยันขยับเรือนร่าง บริหารร่างกาย หลอดเลือด เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ มีกิจกรรมสันทนาการสม่ำเสมอ หาโอกาสท่องเที่ยวเปิดโลกกว้าง มิเช่นนั้นท่านอาจจะ …


เดินไม่ไหว | ใจไม่สู้ | ดูไม่เห็น | เส้นเอ็นยึด | กินของจืด | หืดเหนื่อยหอบ | ชอบรำคาญ | ลูกหลานเบื่อ | ไม่เหลือเพื่อน | ลืมเลือนเลอะ … ไปเที่ยวกันเถอะพวกเรา


20 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 340 หกกาแฟ หลากความหมาย ที่มา และส่วนผสมที่แตกต่าง

1. เอสเปรสโซ

ส่วนผสม: กาแฟที่ชงโดยแรงอัดไอน้ำ หรือน้ำร้อน ผ่านเมล็ดกาแฟคั่วที่บดละเอียด

ความหมาย: คำว่า Espresso มาจากภาษาละตินคำว่า Exprimere | ex- แปลว่า ออก | primere แปลว่า กด | รวมความแล้วหมายถึง "กดให้ได้น้ำ (กาแฟ) ออกมา"


2. อเมริกาโน

ส่วนผสม: เอสเพรสโซ่ ที่ผสมน้ำมากขึ้นให้ความขมของกาแฟเจือจางลง

ความหมาย: ทหารอเมริกัน ไม่ชินกับความเข้มของเอสเปรสโซ จึงเจือจางรสด้วยน้ำเปล่า จึงได้ชื่อเป็นกาแฟอเมริกาโนไป (American say No) นั่นเอง


3. อัฟโฟกาโต

ส่วนผสม: กาแฟเอสเพรสโซ ที่มีไอศกรีมอยู่ด้านบน

ความหมาย: ภาษาอิตาเลียน Affocare แปลว่า จมน้ำ จึงเปรียบไอศกรีม ที่กำลังจมอยู่ในกาแฟนั่นเอง


4. ลาเต้

ส่วนผสม: กาแฟที่มีนมเป็นส่วนผสม และเสริมหน้าด้วยฟองนม

ความหมาย: ภาษาอิตาเลียน Latte แปลว่า นม (อีกหลายภาษาที่ Latte มีความหมายเกี่ยวข้องกับนม)


5. คาปูชิโน

ส่วนผสม: ต่างจากลาเต้ ที่มีฟองนมในสัดส่วนที่มากกว่า

ความหมาย: ภาษาอิตาเลียน Capuccino แปลว่า หมวกคลุมหรือผ้าคลุม ซึ่งคาปูชิโนมีสีคล้ายหมวกของนักบวชกลุ่มหนึ่ง

นิสัยคนชอบ: อบอุ่น แต่ไม่ค่อยระมัดระวังตัว


6. มัคคิอาโต

ส่วนผสม: มีฟองนมที่ไม่มีตัวนมสตีมอย่างลาเต้ หรือคาปูชิโน อยู่ด้านบน บางแห่งมีการดัดแปลงนำไปผสมกับสิ่งอื่นแทน เพื่อให้มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านตน

ความหมาย: ภาษาอิตาเลียน Macchiato แปลว่า เปื้อน เปรียบเหมือนกาแฟที่ถูกทำให้เปื้อนด้วยนม นั่นเอง


บทสรุป

หากคุณหลงไหลกาแฟ คุณควรหักห้ามใจ ไม่ดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 2 ถ้วย เพราะกาแฟมีส่วนที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ทุกครั้งที่ดื่มกาแฟ จึงควรดื่มน้ำเพื่อชดเชย


ปรุงแต่งจากดข้อมูล CatDumb News

ภาพประกอบ

localry | niche coffee | Manager online |


21 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 339 เก้ายอ ชี้วัดผู้สูงวัย

เมื่ออายุมากขึ้น อย่างน้อย 9 ย. ก็บังเกิด


พุงยื่น | หน้าย่น | ก้นย้อย | แก้มยุ้ย | น่องยาน | น้ำหนักเยอะ | โรคภัยแยะ | รักษายาก | ลำบากคนข้างเคียง


ผู้สูงวัย ต้องขยันขยับเรือนร่าง บริหารร่างกาย หลอดเลือด เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ มีกิจกรรมสันทนาการสม่ำเสมอ หาโอกาสท่องเที่ยวเปิดโลกกว้าง มิเช่นนั้นท่านอาจจะ …


เดินไม่ไหว | ใจไม่สู้ | ดูไม่เห็น | เส้นเอ็นยึด | กินของจืด | หืดเหนื่อยหอบ | ชอบรำคาญ | ลูกหลานเบื่อ | ไม่เหลือเพื่อน | ลืมเลือนเลอะ … ไปเที่ยวกันเถอะพวกเรา


20 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 338 ให้กลอน

น้ำใส เกินไป ให้ไร้ปลา

ตรงไป ตรงมา ให้ไร้เพื่อน

ฟ้าแจ้ง สว่างไป ให้ไร้เดือน

ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ให้ไร้ใจ


มีพร้อม ไม่มาก ให้พอดี

บกพร่อง พอมี ให้รับไหว

ลุ่มหลง มากรัก ให้หนักใจ

คิดมาก เกินไป ให้หนักตน


อ่อนน้อม ถ่อมไป ให้เสียเชิง

ตะเพิด เปิดเปิง ให้เสียผล

เข้มงวด เกินไป ให้เสียคน

ยอมให้ ทุกหน ให้เสียการ


พอได้ พอมี ให้เพียงดี

ผ่อนคลาย ถ้วนถี่ ให้พอผ่าน

ใช้หู ใช้ตา ให้ประมาณ

สงบคำ ศึกษาอ่าน ให้สานปัญญา


19 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 337 กำลังใจให้อดทน

ขวัญ-กำลังใจ พื้นที่ของความอดทน:

เราทุกคน ล้วนต้องเผชิญเรื่องเลวร้ายเลวร้ายกันทั่วถ้วนหน้า ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เสมือนเงาตามตัว


กำลังใจ:

ต้องยอมรับว่า คนเราต่างจิตต่างใจต่างวัฒนธรรมต่างชาติกำเนิด ตราบที่เรายังต้องปฏิสัมพันธ์ผู้คน ย่อมอป็นไปได้ว่า จะไม่คล้องตามอารมณ์เราตลอดเวลา


ทุกข์ส่วนใหญ่ของเรา คือ การตัดสินผู้อื่นของตัวเราเองเป็นสำคัญ หากเราเปลี่ยนวิธีคิด จาก ‘คำตัดสิน’ ไปเป็น ‘คำชี้แนะ’ แบบเตือนสติกัน เราเองก็ไม่ต้องทุกข์ มีขวัญมีกำลังใจที่ดี ไม่จมอยู่กับโลภ โกรธ หลง จากคำตัดสินของเราเอง


นอกจากจากเราไม่ทุกข์ ยังอาจส่งผลดีกับบุคคลนั้น ให้เขาพบ ‘ทางสว่าง’ มากกว่าให้เขาพบ ‘ทางตัน’ จากการมุ่งตัดสินเอาเป็นเอาตายกัน


ๅนอกจากใช้คำชี้แนะ มากกว่าคำตัดสินแล้ว การที่เรารู้ตัวตน รู้บทบาท รู้หน้าที่ของเราเอง ก็เป็นอีกเครื่องมือสำคัญ ที่นำพาเราผ่านพ้นทุกข์ และประสบสำเร็จในชีวิตอย่างแท้จริง


ส่งท้ายถึงผู้ร้อนรุ่ม:

ชีวิตเรายังอีกยาวไกล คงมีอีกหลายเรื่องที่อาจเลวร้ายไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีกในอนาคต ขอเพียงเรามีขวัญและกำลังใจใฝ่ดี ไม่ยัดเยียดความผิดความเกลียดชังแก่กัน โดยเฉพาะข้อหา ‘ทำให้เสียหน้า’


18 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 336 ใจเย็นเย็น

ยอมไม่เป็น เย็นไม่ได้ เรื่องร้ายเกิด

ยอมไปเถิด เย็นให้ได้ คลายปัญหา

ยอมให้เป็น เย็นลงได้ ร้ายก็ซา

ทุกปัญหา ใช้ปัญญา ต้องใจเย็นเย็น


ยอมไม่เป็น ก็เย็นไม่ได้

ยอมไม่ได้ ก็กลายเป็นปัญหา

ยอมไม่เป็น ก็ไม่เห็นปัญญา

ยอมกันดีกว่า ก็แค่ใจเย็นเย็น


17 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 335 สิ้นบุญ หมดกรรม

สองคำคุ้นหูชาวพุทธ ที่ ‘คนเป็น’ กล่าวถึง ‘คนตาย’ คือ ‘สิ้นบุญ’ และ ‘หมดกรรม’


หากพูดว่า ตายแล้วเป็นการ ‘สิ้นบุญ’ ก็มีเหตุผล เพราะชาวพุทธเชื่อว่า การได้เกิดเป็นคนนั้น ต้องมีบุญหนุนนำ การตาย จึงมีนัยถึงการหมดความเป็นคน ไม่สามารถสร้างบุญ สร้างกุศลสะสมเพิ่มพูนได้อีกต่อไป


หากพูดว่า ตายแล้วเป็นการ ‘หมดกรรม’ ก็มีเหตุผล เพราะกรรมของชาวพุทธ คือการกระทำ มนุษย์ทุกคนมีกรรม คือมีภาระหน้าที่ ตามวิถีบทบาทแต่ละคนที่ต้องทำ การตาย จึงมีนัยถึงการหมดสิ้นภาระหน้าที่ สิ้นภารกิจการกระทำทั้งปวง


คำคุ้นหูทั้งสอง จึงเสมือนการสิ้นสุด และคืนค่าชีวิตเดิม (set zero) นั่นเอง


16 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 334 สังคมวันนี้ไม่แปลก และจริง

ผู้คนถ่ายภาพโชว์เนื้อหนังบนสื่อออนไลน์ สัตว์สวมใส่เสื้อผ้าเหมือนคน คนอวดเนื้อหนังเหมือนกับสัตว์


เด็กทำแก่แดดเหมือนผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ทำตัวไร้เดียงสาเหมือนเด็ก


เถ้าแก่ แต่งตัวเหมือนลูกจ้าง ลูกจ้างแต่งตัวเหมือนเถ้าแก่ คนจน ทำตัวรวยเยี่ยงเศรษฐี เศรษฐีทำตัวธรรมดาเยี่ยงยาจก


คนโสด ทำตัวเหมือนมีสามี/ภรรยาแล้ว คนมีสามี/ภรรยาแล้ว ทำตัวเหมือนคนโสด


สวมนาฬิกาเรือนละ 300 หรือ 30,000 ก็มีวันละ 24 ชั่วโมง เหมือนกัน ดื่มเหล้าแก้วละ 30 หรือแก้วละ 3,000 ก็อ๊วกได้เหมือนกัน สูบบุหรี่มวนละ 10 บาท หรือมวนละ 100 บาท ก็เสี่ยงเป็นมะเร็งปอดได้เหมือนกัน


ความสุขใจ ไม่ขึ้นกับวัตถุภายนอกเท่านั้น รู้พออยู่พอกิน รู้พอมีพอใช้ รู้พอใจพอเพียง คือความสุขใจที่แท้ และยั่งยืน


ผู้คนกว่าเจ็ดพันล้านคนบนโลกใบนี้ ได้พบได้รู้จักกัน ไม่ใช่ความบังเอิญ ถนอมรักษากันไว้ เก็บรักเก็บมิตรภาพดี ๆ กันไว้เถิด


อย่าระเริงเสพติดความโลภโกรธ หลง จนทำร้ายทำลายความสุขจากมิตรภาพอันดีงาม ให้เหือดแห้งหายไป จนเหลือเพียงเรื่องเล่าให้เสียดาย และเสียขวัญในอนาคต


15 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 333 ดัชนีคนพัฒนาแล้ว

คนพัฒนาแล้ว: เมื่อเพื่อนเปิดกิจการใหม่ เขาจะพากันไปอุดหนุน

คนต้องพัฒนา: เพื่อนเปิดร้านใหม่ จะไปกินฟรี และ/หรือถามหาส่วนลด


คนพัฒนาแล้ว: ดีใจกับความสำเร็จเพื่อน

คนต้องพัฒนา: หมั่นไส้ อิจฉาริษยากันเอง


คนพัฒนาแล้ว: พยายามอุดหนุน สนับสนุนเพื่อนฝูงคนรู้จักให้มากที่สุด ไม่ให้เงินทองรั่วไหล

คนต้องพัฒนา: ทำลายล้างกันเอง ไม่ต้องการเห็นใครได้ดีกว่าตัวเอง คนอื่นขายถูกกว่าเพื่อนตัวเองบาทเดียว ก็ยอมสั่งกับคนอื่น


คนพัฒนาแล้ว: ซื่อสัตย์ และยึดมั่นในบทบาทตนด้วยวิถีทางสายกลาง บนฐานข้อมูลที่ถูกต้อง

คนต้องพัฒนา: อวดตัวเด่น เรียกหาความสนใจแบบ ‘หิวแสง’ และมีพฤติกรรมวิถีขาดสติแบบ ‘ได้ทีขี่แพะไล่’


คนพัฒนาแล้ว: สื่อสารหรือทำการใดใด ด้วยข้อมูลข่าวสารที่มีสาระ (สารสนเทศ)

คนต้องพัฒนา: สื่อสารหรือทำการใดใด ด้วยความเชื่อ และอคติ


คนพัฒนาแล้ว: สร้างความรู้ตน ด้วยการวิเคราะห์ สังเคราะห์ความคิดผู้อื่น

คนต้องพัฒนา: สร้างความรู้ตน ด้วยการสำเนาความคิดผู้อื่น


คำว่า ‘พัฒนาแล้ว’ และ ‘ต้องพัฒนา’ นั้น ใช้ชี้วัดคน ซึ่งมักเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับ ‘ทัศนคติ’ ของบุคคลเป็นเบื้องต้น


นอกจากนั้น สองคำนี้ ยังเป็นตัวชี้วัดประเทศด้วย ซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับ ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ระบบสาธารณูปโภค และคุณภาพชีวิต ซึ่งมีฐานมั่นมาจากระบบครอบครัว และการศึกษาของประชากร นั่นเอง


14 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 332 พูดถึงพุทธ พูดถึงความจริง

หากได้ยินใครบอกว่า ธรรมในพุทธศาสนาเป็นของสูงเกินเอื้อม เป็นสิ่งลี้ลับ เข้าถึงยาก แสดงว่าผู้พูด พูดด้วยปรัชญา


หากได้ยินใครบอกว่า ธรรมในพุทธศาสนาเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา แสดงว่าผู้พูด พูดด้วยความรู้จริง


ธรรมในพุทธศาสนา ไม่มีความลึกลับ ไม่มีความวิเศษเกินจริง ไม่ได้ให้ผลดีหรือไม่ดีกับใครแบบไร้เหตุผล และไม่มุ่งให้ใครปรารถนาการหวังผลดลบันดาล


13 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 331 นัยแห่งความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ

‘ไม่มีโรค’ ความหมายในพุทธประสงค์ คือ ไม่มีโลภะ โทสะ โมหะ ถือเป็นลาภอันประเสริฐยิ่ง


ในความเป็นจริง ร่างกายเรามีอาการของโรคอยู่ตลอด การขับถ่ายปัสสาสะ อุจจาระ ความร้อน ความหนาว ความหิว-กระหาย เป็นโรคของกายทั้งสิ้น กายนี้จึงป่วยอยู่เป็นนิจ ไม่มีเวลาใดเลยที่กายนี้จะไม่กระสับกระส่าย


ดังนั้น ‘ความไม่มีโรค’ จึงหมายถึงโรคทางจิตใจ (ราคะ-โทสะ-โมหะ-มานะ-ทิฎฐิ) หรือที่เรียกว่า กิเลส นั่นเอง


ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ (อโรคยาปรมาลาภา) กับ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง (นิพพานนัง ปรมัง สุขัง) จึงเป็นเรื่องเดียวกัน


พุทธดำรัส ตรัสแก่ ทาคันทิยพราหมณ์

https://youtu.be/dhTnaNcnHJI


12 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 330 จดหมายธรรมดา ถึงคนธรรมดา

ตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ‘ห่านคู่’ และ ‘นันยาง’ แบรนด์เก่าแก่ของไทย ได้มีจดหมายถึงกันในรูปแบบ ‘คนธรรมดา’ กลายเป็นกระแส ให้หลายคนหลายแบรนด์ ได้สร้างเนื้อหาในลักณะเดียวกันเผยแพร่อย่างแพร่หลาย ในชั่วข้ามคืน


หมายเหตุ

เสื้อ 'ห่านคู่' กับ รองเท้า 'นันยาง' ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2496 พร้อมกัน (ปัจจุบันอายุ 69 ปี)


ความเห็นผู้โพส

การสื่อสารด้วยออนไลน์ กลายเป็นวัฒนธรรมของประชากรโลกใหม่ โลกที่ผู้คนเป็นอวตารไม่มีตัวตนเป็นรูปธรรม (Avatar) ให้ได้แสดงข้อคิดความเห็น รวมถึงแสดงความเป็นผู้นำทางความคิดของตนแก่ผู้คน


หวังว่าชาวอวตาร จะอยู่บนโลกพระศรีอาริย์ (เทพองค์ใหม่ของโลกอวตาร) สร้างและเผยแพร่ปฏิสัมพันธ์ด้วยความสร้างสรรค์ (viral creative) ร่วมกัน


11 พฤษภาคม 2565


ขอบคุณ

- workpointTODAY

- สาระความรู้เพื่อวันนี้


LINE: https://linevoom.line.me/post/_dUqtJAnw0VJC5tkXm_xC6KFQlpJqi8-5sGz0mJc/1165227428635050665


FB: https://www.facebook.com/1841232262/posts/10217365274564111/?d=n

ตอนที่ 329 ห้องสมุดมนุษย์ ที่นี่ตีพิมพ์มนุษย์แทนหนังสือ

ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก มีห้องสมุดแห่งหนึ่งแตกต่างจากห้องสมุดทั่วไป เพราะมันเป็น “ห้องสมุดมนุษย์” (Human Library) ที่นี่ให้ยืม “มนุษย์” ให้พูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ เสมือนได้อ่านชีวิตของเขา


โดย “หนังสือมนุษย์” แต่ละคน จะมีชื่อเรื่องต่างกันคล้ายชื่อหนังสือ เช่น ผู้ลี้ภัย, คนไร้บ้าน, คนเหงา, ผู้พิการ, ไบเซ็กชวล, ฉันเคยถูกข่มขืน, เหยื่อการบูลลี่, ผู้รอดชีวิตจากมะเร็ง ฯลฯ ซึ่งหนังสือมนุษย์เหล่านี้มีทั้งที่คนเป็นอาสาสมัคร และคนที่ห้องสมุดเชิญมา


เมื่อผู้รับบริการตัดสินใจได้แล้วว่าจะยืมหนังสือมนุษย์เล่มใด ทางห้องสมุดจะจัดพื้นที่ปลอดภัยให้ได้พูดคุยกัน ซึ่งมีทั้งในอาคารและในสวน ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการฟังและถาม หากใครนึกคำถามไม่ออก ห้องสมุดนี้ก็มีไอเดียในการถามให้ด้วย โดยสามารถถามได้ทุกเรื่อง และยืมได้เล่มละ 30 นาที


วัตถุประสงค์หลักของห้องสมุดมนุษย์นี้ นอกจากจะให้เป็นแพลตฟอร์มเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการเรียนรู้แล้ว ยังต้องการให้มนุษย์ลดอคติที่มีต่อกัน ลดการตัดสินกัน ทำความเข้าใจเพื่อนมนุษย์ที่มีความต่างจากเรา ทั้งเพศ สีผิว เผ่าพันธุ์ ศาสนา และสถานการณ์ที่ต้องเผชิญ


ห้องสมุดมนุษย์นี้ ก่อตั้งครั้งแรกในปี 2000 (พ.ศ. 2543) จากไอเดียที่ว่า หากให้มนุษย์มานั่งจับเข่าคุยกันได้ ความขัดแย้งต่าง ๆ ก็จะลดลงหรือหายไป ผู้คนก็จะเข้าใจกันมากขึ้น


ตอนนี้มีหลายประเทศรับไอเดียนี้ไปใช้ มีการพัฒนาเป็น “ห้องสมุดมนุษย์สัญจร” และ “ห้องสมุดมนุษย์ออนไลน์” ด้วย


ความเห็นผู้โพส:

ในที่สุดเราก็พบว่า การหันหน้าพูดคุยกันในบรรยากาศของโลกธรรมชาติ ย่อมสร้างสรรค์สิ่งดีงามอันเป็นความจริงแท้ในสรรพสิ่ง (พุทธ) ได้ดีกว่าปฏิสัมพันธ์กันในโลกเสมือนจริง (Metaverse) ซึ่งเต็มไปด้วยจินตมโน ให้เกิดความเสื่อมโทรม ทั้งทางกายและทางใจอย่างยั่งยืน


10 พฤษภาคม 2565


ขอบคุณ

- FB: Poetry of Bitch

- ภาพประกอบมาจากห้องสมุดมนุษย์ ในเดนมาร์ก และประเทศอื่น ๆ

ตอนที่ 328 ศีลธรรม ข้อห้ามและการปฏิบัติในตน

เมื่อต้องปฏิบัติการงานใด เราจำเป็นต้องเข้าใจ และต้องมี 2 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อคุ้มครองตนสู่ความเจริญก้าวหน้า ได้แก่


รู้หลักการ กฎระเบียบ ลำดับแนวทาง ภาษาพระ เรียกว่า ‘มีศีล’

รู้วิธีการ การปฏิบัติในกรอบหลักการ กฎระเบียบ ตามแนวทางที่กำหนด เรียกว่า ‘มีธรรม’


บุคคลผู้ปฏิบัติการงาน ตามข้อห้ามและข้อปฏิบัติที่ถูกที่ควรนี้ เรียกได้ว่าเป็นผู้มี ‘ศีลธรรม’ สามารถนำตน ครอบครัว และสังคมสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้อย่างยั่งยืน


9 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 327 เขาจะไม่นับถือพระสงฆ์

เมื่อเด็กหนุ่มผู้เลื่อมใสในพระรัตนตรัย จะขอนับถือเฉพาะ ‘พระพุทธเจ้า’ กับ ‘พระธรรมคำสอน’ เท่านั้น ภาพการสนทนาธรรมต่อไปนี้จึงเกิดขึ้น


ขอบคุณ ผู้สร้างสรรค์ภาพการ์ตูน

บทความที่เกี่ยวข้อง https://timeline.line.me/post/_dUqtJAnw0VJC5tkXm_xC6KFQlpJqi8-5sGz0mJc/1163110420901067535

ตอนที่ 326 ลิ้นพาเพลิน ลิ้นพาจน

ลิ้นลวดหนาม มิเพียงเป็นการสร้างวาจาสถุล ที่ใช้เหยียบย่ำ ทำร้ายผู้อื่น เท่านั้น แท้จริงแล้วมันทำร้าย ทำลายเจ้าของลิ้นเอง


ปัญญาชน จะสำเนียกได้ถึงกาลเทศะ ว่าอะไรไม่ควรพูด อะไรควรพูดกับใคร เวลาใด


7 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 325 ทำการใดต้องมีแผนและรอบคอบตามจริง

การจะทำการใดให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีต้องมีแผน


การทำแผน

การทำแผนต้องเริ่มต้นนับหนึ่ง ณ การรู้เหตุ รู้ผล และรู้ความจำเป็น ก่อนเสมอ แล้วจึงค้นหา จุดแข็ง-จุดอ่อน (ข้อดี-ข้อด้อยในตน) โอกาส-อุปสรรค (ข้อดี-ด้อยในสังคม) นั่นคือปฐมบทหลักของแผน (strategy plan)


การรู้เหตุและรู้ผล (รู้เหตุผล) และรู้ความจำเป็น ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความมี ’เหตุผล’ ให้สามารถตอบได้ว่า กำลังจะก่อการเพื่ออะไร หรือก่อการไปแล้วเพราะอะไร ทำไมต้องก่อการ


คำตอบทั้งหมด ต้องอ้างอิงข้อมูล ข้อดี-ข้อด้อยในตนเอง และข้อดี-ข้อด้อยในสังคม ที่เป็นความจริง ที่เชื่อถือพิสูจน์ได้ มิใช่มโน หรือดราม่าตามกระแส


ปฐมบทหลักของแผนดังกล่าวถือเป็น กรอบแนวคิดที่มีเหตุผลความจำเป็น เป็น ‘หลักการ’ (ภาษาพระเรียกว่า ศีล)


การนำแผนสู่การปฏิบัติ

เมื่อกำหนดแผน เป็นหลักการและเหตุผลดังที่กล่าวแล้ว จำเป็นต้องจัดทำแนวทางการปฏิบัติงานตามหลักการและเหตุผลเหล่านั้น เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ด้วยหลัก 5w1h เพื่อให้รู้ว่า ใคร (who) ต้องทำอะไร (what) ทำเพื่อประสงค์อะไร (why) ทำที่ไหน (where) ทำเมื่อใด (when) และทำอย่างไร (how)


นั้นคือแผนปฏิบัติการ (action plan) ซึ่งถือเป็นอีกกรอบสำหรับการปฏิบัติงาน เป็น ‘วิธีการ’ (ภาษาพระเรียกว่า ธรรม)


6 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 324 สิ่งสำคัญของมนุษย์ 3 วัย

วัยห้าว | วัยหด | วัยเหี่ยว


วัยห้าว

วัยเกษียณตอนต้น อายุ 60-69 ปี ส่วนใหญ่แข็งแรง พลังงานยังเต็มเปี่ยม ไม่ต่างกับช่วงก่อนเกษียณ สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง ยังมีรายได้ และรู้สึกว่าตนเองยังมีค่าต่อสังคม


เรียกได้ว่า "ฮึกเหิม" อยากทำสิ่งใหม่ ๆ ตามฝันทึ่วาดหวังไว้ โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่อยากเริ่มอาชีพใหม่ ทำธุรกิจ ทำไร่ ทำสวน


ความห้าว+ความฮึกเหิมนี้เอง ที่ทำให้หลายคนสูญเงินที่เก็บออมมาทั้งชีวิต เพราะขาดการศึกษาความเป็นไปได้ และการประเมินศักยภาพตน


วัยหด

วัยเกษียณจริง อายุ 70-79 ปี ความสามารถในการใช้ชีวิตลดลง รวมถึงความสามารถในการหารายได้ลดลงจนเกือบหมด แต่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจะเพิ่มมากขึ้น เกิดเป็นความหดหู่ จึงควรลดกิจกรรมต่าง ๆ โดยให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจมากขึ้น


วัยเหี่ยว

วัย 80 ปี ขึ้นไปเข้าสู่วัยชรา เหี่ยวเฉาเสมือนผัก พักผ่อนอย่างแท้จริง ในช่วงที่ชราภาพมาก ๆ จำเป็นต้องมีผู้ดูแล เพราะจะมีปัญหาสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ความจำแย่ลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องของสุขภาพ จึงจำเป็นต้องเตรียมเรื่องการเงินให้พร้อม


จากสถิติประชากรของประเทศไทย พบว่า ผู้มีอายุ 60 ปี จะมีโอกาสมีชีวิตจนถึงอายุ 81-83 ปี เพราะฉะนั้น ผู้คนวัยหลังเกษียณ (วัยห้าว) ควรมองตนเอง ให้พร้อมรับมือ ตอนอายุ 70-80 ปี ไว้เป็นเป้าหมายได้เลย


จากการสำรวจผู้สูงอายุของนิดาโพล และศูนย์วิจัยสังคมผู้สูงอายุ เมื่อปี 2559 พบว่า 7 เรื่องสำคัญ ที่ทำให้ผู้สูงอายุไทยเป็นทุกข์ คือ

1. การไม่มีเงินใช้ ไม่มีเงินออม มีเงินไม่พอใช้

2. อยากทำงาน แต่ไม่มีงานทำ ทำให้ขาดรายได้เลี้ยงตนเอง

3. มีภาระหนี้สินที่ต้องชำระ

4. ไม่มีเพื่อนฝูง

5. สุขภาพไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัว ต้องพบแพทย์ต่อเนื่อง

6. อยู่ลำพัง ไม่มีลูกหลาน หรือลูกหลานไม่สนใจดูแล

7. จิตใจหดหู่ ไม่สดชื่นแจ่มใส หม่นหมอง ไม่มีคุณค่า


สรุป

เห็นได้ชัดเจนว่า ‘เงิน’ เป็นเรื่องใหญ่ของทั้ง 3 วัย ไม่ว่าจะ ไม่มีเงิน ไม่มีงาน หรือมีหนี้สิน


5 พฤษภาคม 2565


ขอบคุณ

- นสพ. โพสต์ทูเดย์

- วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการบริหาร บลจ. บัวหลวง

- ภาพประกอบ จากเว็ปไซต์ที่ดีที่สุดใน 3 โลก (birdKM.com)

ตอนที่ 323 สมองในผู้สูงวัย ไม่ใช่อย่างที่หลายคนคิด

ผู้อำนวยการวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตันให้เหตุผลว่า สมองของผู้สูงวัย มีความยืดหยุ่นมากกว่าที่คิดกันทั่วไป สมองของคนวัยนี้ มีการทำงานร่วมกันของสมองซีกขวา (soft skill) และซีกซ้าย (hard skill) อย่างกลมกลืน ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ นั่นเอง


แม้สมองจะไม่ได้รวดเร็วปรู๊ดปร๊าดเหมือนในวัยเยาว์ แต่มีความยืดหยุ่นเป็นจุดเด่น นั่นคือเหตุผลที่เมื่ออายุมากขึ้น มักจะตัดสินใจได้ถูกต้อง และเปิดรับอารมณ์เชิงลบน้อยลง


เมื่อเวลาผ่านไป ปริมาณสารเคมีในสมอง ที่ช่วยในการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาทอย่างรวดเร็ว (ไมอีลิน) จะเพิ่มมากขึ้น ความสามารถทางปัญญา จึงเพิ่มขึ้น 300% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย หลังจาก 60 ปี บุคคลสามารถใช้สมอง 2 ซีกในเวลาเดียวกัน ทำให้คุณแก้ปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ดี


คุณสมบัติสมองของผู้สูงวัย

1. เซลล์ประสาทของสมองไม่ตายอย่างที่หลายคนคิด การเชื่อมต่อจะหายไป หากไม่มีปฏิบัติการทางจิต

2. อาการขาดสติและหลงลืม เกิดขึ้นเนื่องจากมีข้อมูลจำนวนมากเกินไป ผู้สูงวัยจึงไม่จำเป็นต้องจดจ่ออยู่กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่จำเป็นต่อชีวิต

3. การตัดสินใจของคนอายุตั้งแต่ 60 ปี เป็นต้นไป จะไม่ได้ใช้สมองซีกเดียวเหมือนกับคนหนุ่มสาว แต่ใช้ทั้งสองซีกในเวลาเดียวกัน


สรุป:

หากบุคคลมีวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี มีการเคลื่อนไหว มีกิจกรรมทางกายพอสมควร และมีกิจกรรมทางจิตที่สมบูรณ์ ความสามารถทางปัญญาจะไม่ลดลงตามอายุ และจะเติบโตถึงจุดสูงสุด เมื่ออายุ 80-90 ปี


ดังนั้น อย่ากลัวความแก่ชรา พยายามพัฒนาสติปัญญา เรียนรู้งานฝีมือใหม่ ๆ เช่น ทำดนตรี เรียนรู้การเล่นเครื่องดนตรี วาดภาพ เต้นรำ ทำคลิปสนุก ๆ สนใจชีวิต พบปะสื่อสารเพื่อนร่วมวัย วางแผนอนาคต ท่องเที่ยว ไปร้านค้า ฯลฯ อย่าขังตัวเองไว้โดยลำพัง


4 พฤษภาคม 2565


ขอบคุณ

วารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์

ตอนที่ 322 แพ้-ชนะ ทำร้ายทำลายคน

พระรูปหนึ่ง หลังจากเก็บฝืนได้พอประมาณ ก็แบกกลับวัด ระหว่างทางได้พบกับเด็กหนุ่มกำลังไล่จับผีเสื้อ และเขาก็จับผีเสื้อได้ตัวหนึ่ง


พระสงสารผีเสื้อ

“โยมปล่อยมันไปเถิด”

“ได้ แต่ต้องมีเงื่อนไขนะ” เด็กหนุ่มยื่นข้อเสนอ

"เงื่อนไขอะไรล่ะโยม" พระหนุ่มถาม

"ให้หลวงพี่ทายว่า ผีเสื้อที่อยู่ในมือผมนี่ มันตายหรือยัง ถ้าหลวงพี่ทายถูก ผมจะปล่อยมันไป แต่ถ้าหลวงพี่ทายทายผิด ฟืนหลวงพี่มัดนี้ต้องเป็นของผมนะ" เด็กหนุ่มเสนอเงื่อนไข


เมื่อหลวงพี่ได้ฟัง ก็พยักหน้าพร้อยเอ่ยขึ้นว่า "อาตมาทายว่า มันตายแล้ว"


เด็กหนุ่มแบมือออก ผีเสื้อก็เป็นอิสระบินออกไป พร้อมเสียงหัวเราะชอบใจของเด็กหนุ่ม

"555 หลวงพี่ตอบผิด"


"โอ่ว! อาตมาแพ้แล้วซินะ โยมเอาฝืนนี้ไปเถอะ"

หลวงพี่กล่าว แล้วเดินอมยิ้มจากไป


เด็กหนุ่มกระหยิ่มในใจ หอบฟืนกลับบ้าน เขาได้เล่าเรื่องราวให้พ่อฟังด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อพ่อฟังจบ ก็ตีลูกชายไปหนึ่งที พร้อมพากันนำฟืนกลับไปคืนที่วัด


ระหว่างเดินทางกลับบ้าน พ่อได้อบรมลูกชายว่า …


“แกคงคิดว่าหลวงพี่รู้ไม่ทันแกซินะ แกคิดดูให้ดี หากหลวงพี่บอกว่าผีเสื้อยังไม่ตาย แกก็คงจะบีบผีเสื้อให้ตายคามือ เพื่อจะได้ชนะใช่ไหม หลวงพี่ท่านแกล้งแพ้ เพราะต้องการให้ผีเสื้อรอดตายต่างหาก


แกจงรู้ไว้ว่า แม้พระท่านจะแพ้เสียฟืนไป แต่ท่านชนะใจที่ขาดเมตตาของแกอย่างไม่ต้องสงสัย”


เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

การอบรมสั่งสอนผู้คนนั้น มีความจำเป็นตามลำดับขั้นวัย

♥ ครูคนแรก คือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ปลูกฝังคุณธรรม ความซื่อสัตย์

♥ ครูคนที่สอง คือ ครูในโรงเรียน ผู้ปลูกฝังหลักวิชาการความรู้

♥ ครูคนต่อมา คือ ประสบการณ์ ผู้ปลูกฝังวิธีการเอาตัวรอดในสังคม


ครูอาจไม่รักศิษย์ก็ไม่เป็นไร แต่ครูควรมีความหวังดีต่อศิษย์ หากครูรักแต่ไม่หวังดี ศิษย์คงรอดยาก


สอนให้ศิษย์รู้ดีรู้ชั่ว รู้แพ้รู้ชนะ มีน้ำใจ มีไมตรี และพึงระวัง อย่าให้ต้องเสียคน เพียงเพื่อต้องการชนะ


3 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 321 ความรู้ กับความเสื่อม

1. รู้เข้าใจเรื่องราว แต่ไม่เข้าใจเจตนารมณ์ ก็เสื่อม

2. รู้รอบตัว แต่ไม่รู้ ดี-ชั่ว ก็เสื่อม

3. รู้หลบหลีกทุกเรื่อง แต่ไม่หลบหลีกอบายมุข ก็เสื่อม

4. รู้ภาษาต่างประเทศ แต่ไม่รู้ภาษามนุษย์ ก็เสื่อม

5. รู้รอบตอบได้ แต่ไม่รู้การตอบแทนบุญคุณ ก็เสื่อม

6. รู้ที่กิน แต่ไม่รู้จักบำรุงรักษาสุขภาพ ก็เสื่อม

7. รู้วันเวลา แต่ไม่รู้กาลเทศะ ก็เสื่อม

8. รู้น้ำขึ้นน้ำลง แต่ไม่รู้ชีวิตมีขึ้นมีลง ก็เสื่อม

9. รู้ภูมิศาสตร์โลก แต่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ก็เสื่อม

10. รู้จักผู้คนมากมาย แต่ไม่รู้จักตนเอง ก็เสื่อม

11. รู้จักการบริหาร แต่ไม่รู้จักการจัดการ ก็เสื่อม

12. รู้การบริหารจัดการ แต่ไม่รู้จักการบริหารจิตใจ ก็เสื่อม

13. รู้หลักการ แต่ไม่รู้จักวิธีการ ก็เสื่อม

14. รู้การหาเงิน แต่ไม่รู้การบริหารเงิน ก็เสื่อม

15. รู้จักสร้างตึกสูง แต่ไม่รู้วิธีฝึกใจให้สูง ก็เสื่อม

16. รู้จักโกรธ แต่ไม่รู้จักให้อภัย ก็เสื่อม

17. รู้จักศีล แต่ไม่รู้จักธรรม ก็เสื่อม

18. รู้จักใส่บาตรทำบุญ แต่ไม่รู้จักบำรุงพ่อแม่ ก็เสื่อม

19. รู้กฎหมายมากมาย แต่ไม่รู้จัก กฏแห่งกรรม ก็เสื่อม

20. รู้จักนาฬิการาคาแพง แต่ไม่รู้จักคุณค่าของเวลา ก็เสื่อม

21. รู้จักคบมิตร แต่ไม่รู้จักคบคนดี ก็เสื่อม

22. รู้จักท่องไปทั่วโลก แต่ไม่เคยเข้าวัด ก็เสื่อม

23. รู้จักทำคุณวุฒิสูง แต่ไม่สร้างจริยธรรมตนให้สูง ก็เสื่อม

24. รู้จักนับถือ แต่ไม่รู้จักเคารพ ก็เสื่อม

25. รู้การมีลูก แต่ไม่รู้จักเลี้ยงลูก ก็เสื่อม

26. รู้จักรัก แต่ไม่รู้จักรับผิดชอบ ก็เสื่อม

27. รู้จักการดู แต่ไม่รู้จักการมองเห็น ก็เสื่อม

28. รู้จักการฟัง แต่ไม่รู้จักการได้ยิน ก็เสื่อม

29. รู้จักภาษาที่พูด แต่ไม่รู้จักศิลปะการพูด ก็เสื่อม

30. รู้การสวมหัวโขน แต่ไม่รู้จักถอดหัวโขน ก็เสื่อม

31. รู้จักความตาย แต่ไม่รู้จักเตรียมตัวก่อนตาย ก็เสื่อม

32. รู้จักคุณค่าสรรพสิ่ง แต่ไม่รู้จักคุณค่าคนเอง ก็เสื่อม


2 พฤษภาคม 2565

ตอนที่ 320 ชีวิตต้องสู้ เพราะเราต้องมีมูลค่าเพิ่ม

ในวันแรงงานฯ ทุกปี ‘ค่าแรง’ (เงิน) เป็นสิ่งคุ้นชินที่ชาวแรงงานให้ความสนใจ มากกว่าการเรียกร้อง ‘มูลค่า’ (สมรรถนะ) ให้ตนเอง ตามที่ผู้ประกอบการ และรัฐปรารถนา


หญ้าในกระถาง อาจเป็นวัชพืช แต่ในสนามกอล์ฟ มันคือสิ่งจำเป็นและสวยงาม

เศษเหรียญในร้านอาหาร อาจเป็นเศษตังค์ทิปพนักงาน แต่ที่ตู้หยอดเหรียญ มันคือสิ่งจำเป็น แม้เศรษฐีก็ยังต้องการ


เมื่ออยู่ถูกที่ถูกเวลา สรรพสิ่งย่อมมีค่าเสมอกัน เพียงแต่ตนเองต้องไม่ระแวงสงสัย เปรียบเทียบตนกับผู้อื่น ทั้งไม่ต้องสงสัยหรือหมิ่นแคลนตนเอง ว่าทำไมไม่เหมือนคนอื่น ทำไมไม่มีอย่างเขา ทำไมไม่เป็นแบบนั้นไม่เป็นแบบนี้ รวมทั้งไม่ต้องสงสัยว่า ทำไมคนอื่นจึงต้องการให้เราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ จึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ


เฉกเช่นชบาไม่อิจฉากุหลาบ กุหลาบไม่เคยอวดว่าตนมีค่ากว่าในวันวาเลนไทน์ คุณนายตื่นสาย ไม่เคยชิงดีชิงเด่น ตื่นเช้าเหมือนทานตะวัน ทั้งคู่ผลิดอกบานสวยงาม ตามเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม


แต่เรามักไม่เคยถามตัวเองว่า อันที่จริงเราต้องการอะไร มีความสำคัญต่อใคร และทำอะไรเพื่อใครได้บ้าง ทั้งที่ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้คำตอบเหล่านั้นมากกว่าใคร ๆ


เราทุกคนมีช่วงกรอบเวลาแห่งการดำรงอยู่ และความสำเร็จ (time zone) ตามช่วงเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมของแต่ละคนเสมอ


ชีวิตต้องสู้

ต้องเรียนแบบไม่รู้จบ เรียนรู้สร้างมูลค่าให้ตัวเองอยู่เสมอ มีความเพียรอย่างชาญฉลาด คือมีทั้งความขยัน และวิธีการ ประกอบกัน กล่าวคือ ต้องขยันให้ถูกทาง และมีวิธีการที่ถูกต้อง นั่นเอง


1 พฤษภาคม 2565