วัฒนธรรม online

วัฒนธรรมเพื่อความสงบสุข และพฤติกรรมผู้คนในสังคมออนไลน์
http://www.fastcocreate.com/1683480/take-a-look-at-what-happens-every-single-minute-on-the-internet
ความสงบเรียบร้อยของทุกสังคม ย่อมเริ่มจากบรรยากาศที่ปกติสุขและสร้างสรรค์ของสังคมนั้นๆ การกำกับดูแลและควบคุมสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ของชุมชนจึงเป็นความจำเป็น ทางเลือกที่สำคัญสองทาง ประกอบด้วย

ชุมชนไร้อารยะ
กรณีชุมชนที่ยังไม่เป็นอารยะ จำเป็นต้องกำกับควบคุมด้วยกฎระเบียบ จึงจะทำให้สังคมสงบสุข เนื่องจากสังคมลักษณะนี้ มักประกอบด้วยบุคคลที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เอาแต่ใจตนเอง ไม่สนใจใครๆ เป็นสำคัญ การด่าทอ หรือใช้คำพูดไม่เหมาะสม ย่อมกระทำไปเพราะสนองความคิดตนเอง มิใช่ทำไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของสังคม (แต่มักอ้างประโยชน์ส่วนรวมบังหน้า) หากจะพูดคุยเหตุผลกับบุคคลที่ไม่มีวุฒิภาวะนี้ ต้องใช้กฎระเบียบ เท่านั้น

ชุมชนมีอารยะ
กรณีชุมชนที่เป็นอารยะ บุคคลสามารถพูดคุยกันได้ด้วยเหตุผล ด้วยเพราะเห็นประโยชน์ส่วนรวมร่วมกันเป็นสำคัญ เมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ พวกเขาทุกคนสามารถมีบทบาทในการแก้ปัญหาร่วมกัน การรับฟังความคิดเห็น การเคารพซึ่งกันและกัน และการเห็นประโยชน์ส่วนรวมร่วมกัน ถือเป็น "กระบวนการทางวัฒนธรรม" ที่สำคัญของชุมชนอารยะ

สังคมจะเป็นแบบใด ย่อมขึ้นอยู่กับคุณภาพของสมาชิกในสังคมนั้น โดยในเบื้องต้น จะยึดหลักเหตุและผลในการพูดคุยท้วงติงกันก่อน โดยจะไม่มีการวางก้ามหรืออ้างกฎระเบียบใดใด จนกว่าจะเกิดเหตุที่ควบคุมไม่ได้จริงๆ จึงใช้กฎระเบียบ

ในปัจจุบันวิถีสังคมเปลี่ยนไปเป็นสังคมเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร-ปฏิสัมพันธ์ส่วนใหญ่ถูกส่งผ่านช่องทางออนไลน์ ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่กับทุกคนทุกที่ทุกเวลา กลายเป็น "วัฒนธรรมออนไลน์" ซึ่งแน่นอนว่า เหตุการณ์ร้ายอันไม่พึงประสงค์ ย่อมมีประกายมาจากวิถีออนไลน์นี้เช่นกัน กล่าวคือวิถีออนไลน์ที่ดีของผู้คนในสังคม ย่อมก่อให้เกิดความสงบสุขในสังคม นั่นเอง

วัฒนธรรมออนไลน์ที่ดี
เราสามารถสร้างวัฒนธรรมออนไลน์ที่ดีร่วมกันได้ โดยต้องกำหนดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ 3 ประการ ได้แก่
  1. อย่าดึงฟ้าต่ำ เช่น การหมิ่นเบื้องสูง การลบหลู่บุพการี ผู้มีพระคุณ
  2. อย่าทำหินแตก เช่น การพูดคำหยาบ ส่อเสียด หรือการระบายอารมณ์เป็นคำพูดที่ก่อให้เกิดความรุนแรง การกล่าวโจมตีบุคคลอื่นโดยไร้หลักฐาน ซึ่งในความเป็นจริง ไม่ควรเอ่ยถึงบุคคลในทางลบ หลักที่ยึดถือกันเป็นสากล คือ วิจารณ์การกระทำ วิจารณ์หลักการ แต่ไม่วิจารณ์ตัวบุคคล ไม่เอ่ยถึงตัวบุคคล
  3. อย่าแยกแผ่นดิน การนำเสนอเรื่องราวที่ไม่ตรงกับพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ เช่น เวบบอร์ดสำหรับคุยกันเรื่องสัตว์เลี้ยง ก็ไม่ควรคุยเรื่องเฟอร์นิเจอร์ 

ดังนั้น หากเกิดสิ่งไม่พึงประสงค์เหล่านี้ขึ้น ควรว่ากล่าว-ตักเตือนก่อน หากมีเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงประกาศหรือบังคับใช้กฎระเบียบ เพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคมต่อไป

วัฒนธรรมออนไลน์กลุ่ม แต่ละที่แตกต่างกัน
  1. ออนไลน์กลุ่มห้องทำงาน เสนองานล้วนๆ ห้ามเล่น ห้ามแซว ห้ามส่งข้อมูลใดๆ ที่ขัดใจประธานกลุ่ม
  2. ออนไลน์กลุ่มห้องบันเทิง สาระมากบ้างน้อยบ้าง ขำขำ โหด มัน ฮา คลายเครียด ใครแหยมส่งข้อมูลเป็นทางการ ซีเรียสเข้ากลุ่มโดนด่า
  3. ออนไลน์กลุ่มห้องนั่งเล่น ใช้เป็นที่พบปะ ชุมนุมเพื่อนฝูง แวะเวียนทักทายกันและกัน แซวขำขัน สื่อสารข้อมูลทั้งที่กลั่นกรองและไม่กลั่นกรองให้กัน บางคนอาจได้ประโยชน์ บางคนไม่เห็นประโยน์ สมาชิกกลุ่มควรยอมรับว่า ข้อมูลในสังคมออนไลน์ อาจเป็นจริงไม่ถึงครึ่ง
เมื่อผู้โพสออนไลน์ถูกตำหนิ ก็ต้องเข้าใจว่า ...

"อ๋อ เขาไม่เห็นประโยชน์" หรือ
"อ๋อ ไม่ทันพิจารณาให้ละเอียด เราทำให้เขาเสียเวลา"

เมื่อผู้รับออนไลน์ ได้รับข้อมูลที่เห็นว่าไม่มีประโยชน์ ก็ควรเข้าใจว่า ...
"อ๋อ อย่างน้อยเราก็รู้ว่า มีเรื่องแบบนี้บนโลก"

อยากให้คนในสังคมออนไลน์ มองโลกมุมบวก รักกัน ให้อภัยกัน วันนี้แชทหากัน วันพรุ่งนี้ไม่แน่ว่าจะอยู่แชทกันครบทุกคนหรือไม่ อนาคตไม่แน่นอน รักกันไว้เถิด มองโลกให้เป็นสามัญ ไม่ถือสาหาความรำคาญ กับไลน์ที่ไม่ชอบ (ไม่ชอบคนส่ง-ไม่ชอบเนื้อหา)

ผลสำรวจพฤติกรรมสังคมออนไลน์ โดยนิวยอร์คโพล
  1. คนที่ชอบโพสต์ภาพโป๊ คือ คนที่กลัวเมีย
  2. คนที่ชอบโพสต์เรื่องธรรมะ คือ คนที่มีทุกข์
  3. คนที่ชอบโพสต์เรื่องลูก คือ คนที่มีความหวัง
  4. คนที่ชอบโพสต์เรื่องอาหาร คือ คนที่เซ็กส์จัด
  5. คนที่ชอบโพสต์ทักทายตอนเช้า คือ คนแก่
  6. คนที่ชอบโพสต์ตอนดึกๆ คือ คนขี้เหงา

บทความที่เกี่ยวข้อง