คันเร่งค้างในขณะขับรถ


เมื่อคันเร่งค้างในขณะขับรถ อย่าดับเครื่องยนต์

อาการคัดเร่งค้าง เกิดจากสาเหตุหลักจาก ผ้ายาง พรม เลื่อนไปขัด หรือขวางทางคันเร่ง บางครั้งกดคันเร่งมากไป แล้วพรมเลื่อนเข้ามาติดที่ฐานคันเร่ง คันเร่งดีดกลับไม่ได้หรือดีดกลับคืนไม่สุด รถที่ใช้คันเร่งแบบสาย อาจมีเรื่องสายคันเร่งฝืด ขยับตัวกลับได้ไม่ดีพอ

1. ห้ามดับเครื่องยนต์

การดับเครื่องยนต์ ไม่ได้ตัดแค่หยุดการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ เท่านั้น แต่ยังทำให้ระบบผ่อนแรงพวงมาลัย และระบบผ่อนแรงเบรกหยุดการทำงานไปด้วย พวงมาลัย และเบรกจะหนักขึ้น ยากต่อการควบคุมรถ

2. ผลักไปเกียร์ว่าง

การผลักไปเกียร์ว่าง คือการตัดการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปสู่ล้อ การผลักไปเกียร์ว่าง (N) นั้น สามารถผลักไปได้ตรงๆ ได้โดยไม่ต้องกดปุ่มที่หัวเกียร์ และจะไม่เลยไปถึงเกียร์ถอยหลัง (R) แน่นอน

เมื่อคันเร่งยังคงค้างอยู่ แล้วผลักไปเกียร์ว่าง รอบเครื่องยนต์จะพุ่งขึ้นสูง ไม่ต้องตกใจ เครื่องยนต์หัวฉีดสมัยใหม่ มีโปรแกรมจำกัดการทำงานของรอบเครื่องอยู่แล้ว หากอยู่ในเกียร์ว่างแล้ว คันเร่งถูกกด ไม่ว่าจะลึกมากเพียงใด รอบจะไม่เกิน 5,000 รอบต่อนาที

3. เบรก ละพยายามเอารถเข้าข้างทางอย่างปลอดภัย

หลังจากเข้าเกียร์ว่าง (N) ตัดการส่งกำลังจากเครื่องยนต์แล้ว ก็เบรก โดยการเบรกนั้น ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย ในการเบรกที่ถูกต้อง คือ
  • หากข้างหน้ามีรถติดอยู่จำนวนมาก ไม่มีที่เบรก หรือเป็นทางม้าลายที่มีเด็กนักเรียนกำลังข้ามถนน กรณีนี้จำเป็นต้องเบรกอย่างรุนแรงมากๆ และการเบรกที่รุนแรงแบบนี้ ต้องประคองรถให้ดี พวงมาลัยให้อยู่ในตำแหน่งตรงที่สุด เพราะถ้าหากกระแทกเบรกแรงๆ ตอนล้อไม่ตรง (เสมือนรถกำลังเลี้ยว) ตัวรถจะเสียการทรงตัว หมุนคว้างพลิกคว่ำได้
  • หากข้างหน้าไม่มีรถติด และมีเนื้อที่ปลอดภัย มากพอสำหรับการหยุดรถ ก็ให้ค่อยๆ เบรกชะลอความเร็วลง มองหาขอบทางเพื่อจอดอย่างปลอดภัย ให้ปล่อยรถไหล สลับกับเบรกให้รถไปหยุดอยู่ตรงนั้น จากนั้นจึงค่อยดับเครื่องยนต์ แล้วจึงสำรวจพรมผ้ายางขัดคันเร่ง สำรวจห้องเครื่อง สายคันเร่ง โทรเรียกช่าง เรียกรถยกต่อไป

★ จำให้ขึ้นใจ 3 ขั้นตอน คือ

1. อย่าดับเครื่อง
2. เข้าเกียร์ว่าง (N)
(เหยียบคลัตช์ ปลดเกียร์ว่าง ในกรณีรถเกียร์ธรรมดา)
3. เบรกโดยคำนึงถึงความปลอดภัย