Audio File Format

ในปัจจุบันมี ไฟล์เสียง (Audio File) หลายรูปแบบ จัดเก็บอยู่ในรูปแบบของไฟล์ (File) ไฟล์บางชนิดให้เสียงที่มีคุณภาพดี ย่านความถี่ครบเหมือนต้นแบบเสียงที่ถูกบันทึกเข้ามา ซึ่งไฟล์แบบนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าไฟล์ที่ถูกบีบอัดมาแล้ว โดยการบีบอัดเสียงมี 2 ประเภท ได้แก่ Lossless Audio กับ Lossy Audio)

1. Lossy Audio

คือไฟล์ที่ถูกลดบั่นทอนคุณภาพลง เพื่อแลกกับขนาดไฟล์ที่เล็กลง (เหมือนการ zip) ที่พบบ่อย คือ .MP3 ซึ่งแต่ละ .MP3 อาจมี Bitrate แตกต่างกัน เช่น 93kbps, 126kbps, 198kbps นั่นคือระดับคุณภาพของไฟล์นั่นเอง ยิ่งเลขเยอะ คุณภาพจะดีขึ้นตามไปด้วย แต่ก็ต้องแลกด้วยขนาดไฟล์ที่ใหญ่ขึ้น นั่นเอง (สังเกตุง่ายๆพวกแผ่นผี Vampire มักจะยัดเพลงลงได้เยอะๆ เพราะเน้นแต่ Bitrate ต่ำๆ นั่นเอง)

Bitrate ที่ต่างกัน จะมีผลแตกต่างมาก เพราะเพลงที่ Bitrate ต่ำ จะเสมือนอัดมาไม่ละเอียด เสียงแตกบ้าง แต่จริงๆ แล้ว คุณภาพของไฟล์ MP3 ก็ไม่ได้ขี้เหร่มากนัก เพราะหาก Rip ไฟล์จาก CD แท้ มาที่ 320 kbps ก็ถือว่าคุณภาพใช้ได้เลยทีเดียว

การนำไฟล์ Bitrate ต่ำไปแปลงเป็น Bitrate สูง อันนี้เปล่าประโยชน์ เพราะการทำแบบนี้ คุณภาพเสียงที่ได้ก็จะอ้างอิงจากต้นฉบับ Bitrate ต่ำเหมือนเดิม แถมขนาดไฟล์ที่ได้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย

2. Lossless Audio

คือไฟล์ที่ไม่ได้ผ่านการบีบอัด หรือเป็นไฟล์ที่ไม่มีการสูญเสีย คุณภาพเสียงเท่าเทียมแผ่น CD ต้นฉบับ สมมติ CD แผ่นนึงมีความจุ 500mb ไฟล์ Lossless 1 อัลบั้ม ก็มีขนาด 500mb เกือบเท่า CD 1 แผ่นเลย ไฟล์ชนิดนี้เป็นที่นิยมสำหรับกูรูนักฟังที่ฟังเพลงกันเป็นชีวิตจิตใจ

ข้อดีของไฟล์ Lossless นอกจากจะได้คุณภาพเสียงที่ดีแบบสุดๆ แล้ว ยังมีข้อดีที่ Lossy ทำไม่ได้ คือ การแปลงไฟล์จาก Lossless ไป Lossless นั้นไม่ได้บั่นทอนคุณภาพลดลงไปเลย

ไฟล์ Lossless สามารถ Rip ได้จากแผ่น CD ต้นฉบับได้โดยตรง ผ่านโปรแกรมต่างๆ เช่น iTunes (แนะนำโปรแกรม EASY CD-DA Extractor)

การแปลงไฟล์จาก MP3 ไปเป็น Lossless นั้น ไม่มีประโยชน์ เพราะเหมือนกับเอาผ้าขาดๆออกมาขยายให้ใหญ่ขึ้น สุดท้ายยังไงมันก็ขาดอยู่ดี เสียงที่ได้ก็ไม่ดีอยู่เหมือนเดิม

รูปแบบไฟล์เสียงที่เรานิยมใช้ในปัจจุบัน

AIFF
ย่อมาจาก Audio Interchange File Format เป็นรูปแบบที่ใช้กันมากกับโปรแกรมบน Mac เพราะ Apple เป็นผู้ริเริ่ม เป็นได้ทั้ง Mono และ Stereo ความละเอียดเริ่มต้นที่ 8 Bit/22kHz ถึง 24 bit/96kHz และมากกว่านั้น

WAVE
ไฟล์เสียง wave เป็นไฟล์เสียงที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุด ไฟล์ประเภทนี้มีนามสกุล .wav จัดเป็นไฟล์เสียงมาตรฐานที่ใช้กับ Windows คุณสมบัติที่สำคัญคือครอบคลุมความถี่เสียงได้ทั้งหมด ทำให้คุณภาพเสียงดีมาก และยังให้เสียงในรูปแบบสเตอริโอได้อีกด้วย ข้อเสียคือไฟล์ .wav มีขนาดใหญ่ทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่ในการเก็บข้อมูลมาก

CDA (CD Audio)
ไฟล์ CDA เป็นไฟล์เพลงบนแผ่น CD ที่ใช้กับเครื่องเล่น CD ทั่วไป ไฟล์ประเภทนี้เมื่อนำมาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมสำหรับเล่น CD จะมองเห็นข้อมูลเสียงในรูปของแทร็กเสียง (Audio Tack) แต่ถ้าดูด้วย Windows Explorer จะเห็นเป็นไฟล์มีนามสกุล .cda ไฟล์ CDA มีคุณสมบัติทางเสียงเหมือนกับไฟล์ wave คือให้คุณภาพเสียงที่ดีเป็นธรรมชาติ จึงนิยมใช้บันทึกลงบนแผ่น CD เป็นสื่อดนตรี เรียกทั่วไปว่า “CD เพลง” ถ้าต้องการ copy หรือนำไฟล์ประเภทนี้มาใช้งานกับโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ จะต้องแปลงให้เป็นไฟล์ wave หรือไฟล์ที่โปรแกรมประยุกต์นั้นๆรู้จักเสียก่อนจึงจะใช้ได้ หรืออาจจะใช้โปรแกรมที่สามารถ Extract ไฟล์ Audio CD ออกมาเป็นไฟล์ wave ซึ่งก็มีใช้หลายโปรแกรม เช่น Sound Forge, Ware Lab

FLAC
ไฟล์ FLAC ย่อมาจากคำว่า Free Lossless Audio Codec เป็นฟอร์แมตเพลงชนิดที่เป็นแบบ lossless คือไม่เสียคุณภาพของเพลงไป ได้รับการยอมรับว่าคุณภาพของเสียงที่ได้นั้นอยู่ในขั้น “ไฮ-ไฟ” หรือที่เราคุ้นกับคำว่า “ไฮ-เอ็นด์” ที่สำคัญไฟล์ในรูปแบบนี้ก็ยังเป็น open source ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ใดๆให้ต้องระแวง สามารถหาฟังกันได้แบบฟรีๆ ไฟล์ชนิดนี้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อลดข้อจำกัดของเพลงในรูปแบบ .wav ที่มีขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถเก็บ Metadata (ข้อมูลต่างๆของไฟล์เพลง) ซึ่งไฟล์ FLAC นั้นคล้ายๆกับการเอา .wav มาทำการ Zip ไฟล์ให้มีขนาดเล็กลง และทำการคลาย Zip ในขณะเล่นเพลงด้วย Codec ที่ฝังอยู่ในโปรแกรมเล่นเพลงต่างๆ โดยไฟล์รูปแแบบ FLAC นี้สามารถลดขนาดจากไฟล์ .wav ลงได้ถึง 50-60% ทำให้ไม่เปลืองพื้นที่ในการจัดเก็บ และยังมีคุณภาพเสียงที่คงเดิมอยู่

MP3
ไฟล์เสียง MP3 เป็นไฟล์เสียงยอดนิยมในปัจุบัน มีนามสกุล .mp3 เป็นไฟล์ที่ถูกบีบอัดข้อมูลทำให้ไฟล์ประเภทนี้มีขนาดเล็กลงมาก ลดลงประมาณ 10 เท่าเมื่อเทียบกับไฟล์ wave คุณภาพเสียง mp3 ค่อนข้างดีจึงนิยมใช้ไฟล์ประเภทนี้บันทึกข้อมูลเพลงลงบนสื่อคอมพิวเตอร์หรือ แผ่น CD การเล่นไฟล์ mp3 บนเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้โปรแกรมโดยเฉพาะซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย นอกจากนี้ยังสามารถเล่นได้กับเครื่องเล่น VCD ,DVD, CD ติดรถยนต์, เครื่องเล่น MP3 แบบพกพา (ใช้หน่วยความจำเฉพาะ เช่น Flash Memory หรือ memory Stick) รวมทั้งโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆอีกด้วย

RealAudio
คนชอบฟังเพลงบน Internet คงรู้จักกันดี ไฟล์ RealAudio จะแสดง Extension เป็น .ra หรือ .rm ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ RealSystem G2 ไว้สำหรับการเล่น multimedia จาก RealNetworks ซึ่งจะมี Tools ในการเล่น, encode รวมไปถึง tools ในการทำ server ให้ใช้ฟรีๆ ในการส่ง Audio, Video, Animation ผ่านเวป แต่แม้ว่าโปรแกรมดนตรีส่วนใหญ่จะไม่ใช้ RealAudio ในการบันทึก แต่กับบางโปรแกรม เราสามารถเก็บงานของเราเป็น RealAudio เพื่อใช้บนเว็ป ซึ่งแน่นอนว่า RealAudio ก็เป็น Lossy Format เหมือนกับ MP3

OGG
เป็นรูปแบบของไฟล์เสียงใหม่ล่า สุด มีชื่อเต็มคือ Ogg มีนามสกุล .ogg ไฟล์ Ogg Vorbis ใช้เทคโนโลยีการบีบอัดไฟล์แบบใหม่ ทำให้ไฟล์ที่ได้มีขนาดเล็กกว่า MP3 เสียอีก แต่ให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าและที่สำคัญคืออยู่ในกลุ่มของ Open Source Project ทำให้กลายเป็นฟรีแวร์ อีกทั้งยังมีความสามารถด้าน Streaming ด้วย ทำให้ได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้เล่นอินเตอร์เน็ต ไฟล์ Ogg Vorbis สามารถเล่นได้โดยใช้โปรแกรมสำหรับเล่นไฟล์ MP3 โดยมีข้อแม้ว่าโปรแกรมนั้นจะต้องมี Plug-in สำหรับ Ogg ด้วย Ogg Vorbis นับเป็นคลื่นลูกใหม่ของวงการไฟล์เสียง เพราะมีขนาดที่เล็กมาก สามารถเข้ารหัสเสียงได้หลายแบบทั้ง mono,stereo จนถึงระบบ 5.1 Surround Sound

MIDI
ไฟล์เสียง MIDI ไฟล์ข้อมูลเสียงดนตรี โดยมีนามสกุล .midi จะบรรจุข้อมูลของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ให้เสียงดนตรี เมื่อเล่นไฟล์ MIDI ก็จะเป็นการสั่งให้อุปกรณ์นั้นๆให้มีเสียงดนตรีออกมา เมื่อนำมาเรียงกันก็จะกลายเป็นท่วงทำนองดนตรีซึ่งก็คือเสียงเพลงนั่นเอง MIDI มีขนาดของไฟล์ที่เล็กมากทำให้นิยมใช้ในการเก็บข้อมูลที่เป็นเสียงดนตรี ดังจะเห็นได้จากวงดนตรีประเภทเล่นคนเดียว จะใช้ข้อมูลเพลงจากแผ่นดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลดนตรีได้เป็น 10 เพลง ใส่เข้าไปในเครื่องสร้างเสียงดนตรี (Sequencer) เพื่อให้สร้างเสียงเพลงตามข้อมูลดนตรีที่อ่านจากแผ่น สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ก็สามารถเล่นไฟล์ MIDI ได้โดยใช้โปรแกรมประเภท MIDI Player ซึ่งมีให้เลือกใช้มากมาย เสียงเพลงที่ได้จากโปรแกรมคาราโอเกะก็เป็นเสียงที่ได้จากไฟล์ MIDI เช่นเดียวกัน ดังนั้นเราจึงสามารถนำเสียงเพลงจากโปรแกรมคาราโอเกะมาใช้ได้ แต่ถ้าจะให้สะดวกก็ควรแปลงให้เป็น wave เสียก่อนจะทำให้สามารถนำไปตัดต่อและใช้งานได้ง่ายขึ้น

WMA
ไฟล์ WMA เป็นรูปแบบไฟล์แบบหนึ่งของบริษัทไมโครซอฟต์ ชื่อเต็มคือ Windows Media Audio เป็นไฟล์ทีมีนามสกุลเป็น .wma จัดได้ว่าเป็นคู่แข่งของ mp3 และ Real Audio เพราะมีคุณสมบัติด้านการ Streaming เช่นเดียวกัน แต่ให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าในขณะที่ขนาดของไฟล์เล็กกว่าประมาณครึ่งหนึ่ง ทำให้ใช้เวลาน้อยกว่าในการดาวน์โหลดผ่านอินเตอร์เน็ต เมื่อก่อนการเล่นไฟล์ประเภทนี้ต้องเล่นผ่านโปรแกรม Windows Media Player เท่านั้น แต่ปัจจุบันมีโปรแกรมหลายโปรแกรมที่สามารถเล่นไฟล์นี้ได้

AAC
ไฟล์ AAC มาจาก Advanced Audio CODEC เป็นรูปแบบไฟล์บีบอัดอีกรูปแบบหนึ่งที่นับวันจะได้รับการยอมรับ และจะเป็นรูปแบบไฟล์แห่งอนาคต โดยมีคุณภาพเสียงที่ดีกว่า MP3 แต่มีขนาดไฟล์ที่เล็กกว่า มี bit-rates ต่ำกว่า

M4A
ไฟล์ M4A เป็นมาตรฐานที่พัฒนามาจาก AAC โดยทางผู้ผลิตคือบริษัท Apple ได้สร้างมาตรฐานนี้ขึ้นมา ให้ใช้กับโปรแกรม iTune โดยมีความสามารถในการบีบอัดได้หลายขนาดและทางบริษัท Apple ต้องการให้ฟอร์แมตนี้ ขึ้นมาแทนที่ฟอร์แมต AAC เดิม โดยนอกจากความสามารถในการบีบอัดที่มีประสิทธิภาพมากกว่าแล้ว m4a ยังมีความสามารถ ในการรองรับ Tagging Standard นั่นคือสามารถเก็บชื่อเพลงและชื่ออัลบั้มได้ ซึ่งความสามารถนี้ในฟอร์แมต AAC ไม่มี

DSD
ไฟล์ DSD นั้นย่อมาจาก Direct Stream Digital เป็นเครื่องหมายการค้าของ Sony และ Philips สำหรับรูปแบบสัญญาณเสียงที่ใช้ใน Super Audio CD สิ่งที่ทำให้ DSD แตกต่างจากสัญญาณเสียงแบบอื่น ๆ ที่เราฟังกันอยู่ทั่วไปคือ DSD จะใช้การเข้ารหัสแบบ PDM หรือ Pulse-density modulation แทนแบบ PCM หรือ Pulse-code modulation ที่เราเคยเจอกัน โดย DSD ตอนนี้จะมี Sampling rate ที่ 2.8 MHz และ 5.6 MHz ซึ่งเชื่อว่าการเข้ารหัสสัญญาณเสียงแบบนี้จะทำให้คงคุณภาพของสัญญาณได้เหมือนดั่งสัญญาณเสียงต้นฉบับทีเดียว

บทสรุป : ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับ Audio File Format กันไปพอสมควรแล้ว สำหรับไฟล์เพลงที่เรานำมาใช้ฟังกัน ก็เอาเป็นว่าถ้าอยากฟังเพลงที่ได้อรรถรส คุณภาพเสียงเต็ม ก็ควรที่จะแสวงหาไฟล์เสียงที่มีคุณภาพซักหน่อย ส่วนผู้ที่เพียงแค่อยากฟังเพื่อความบันเทิงผ่อนคลาย ก็คงหาไฟล์ได้ไม่ยาก หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนฟังเพลงได้พอสมควร


เรียบเรียงโดย : ศุภฤกษ์ ผลสะอาด
http://proplugin.com/pro/2014/09/sound-audio-file-format-song/