ยุคของคน และการฝึกตน

การเเบ่งยุคของคน
และการฝึกตน เพื่อความเข้าใจกันกับคนรุ่นต่างๆ




ช่องว่างระหว่างวัย ช่องว่างระหว่างความคิด อันเนื่องมาจากบทเรียนประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน ตามอิทธิพลของสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ประเพณี วัฒนธรรม เทคโนโลยีการสื่อสารของผู้คนแต่ละยุคสมัย มีการแบ่งกลุ่มผู้คนวัยทำงาน ไว้เป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. กลุ่ม Traditional พวกที่เกิดก่อน ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488)
  2. กลุ่ม Baby Boom ผู้คนที่เกิดในช่วง ค.ศ. 1946-1964 (พ.ศ. 2489 - พ.ศ. 2507)
  3. กลุ่ม Generation X ผู้คนที่เกิในช่วง ค.ศ. 1965-1980 (พ.ศ. 2508 - พ.ศ. 2523)
  4. กลุ่ม Generation Y หรือ Millennial ผู้คนที่เกิดหลัง ค.ศ.1981 (พ.ศ. 2524)

1. Traditionalists

เป้าหมายอาชีพการงานของ Traditionalist (กลุ่มลายคราม) คือ การได้ลงหลัก ปักฐาน ไว้ที่ใดที่หนึ่ง คุณค่าความสำเร็จและความภูมใจของ Traditionalist คือการได้สร้าง ตำนาน กับการที่ได้เริ่มต้นและสิ้นสุดอาชีพการงาน ไว้ที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เพียงหน่วยงานเดียว ในความคิดของการเปลี่ยนงาน คือ ความพ่ายแพ้ พฤติกรรมการทำงานในลักษณะแนวดิ่ง ถ้าไม่คิดทำงาน เจริญเติบโตก้าวหน้าในอาชีพการงานอยู่กับหน่วยงานเดียวดังกล่าว อย่างน้อยที่สุด ก็จะเป็นในลักษณะของการสร้างชื่อเสียงจากความชำนาญ เชี่ยวชาญ เฉพาะด้าน

2. Baby Boomers

เป้าหมายอาชีพการงานของ baby boomers คือการไขว่ฟ้า คว้าดาว เรียนรู้การทำงานแบบ รู้ลึก แม้แนวคิดทางความสำเร็จในอาชีพของ baby boomers จะไม่ต่างจากบทกลอน อันความรู้ รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล แต่แทนที่จะฝากชีวิตของตนเองไว้ให้หน่ายงานเป็นผู้กำหนดชะตากรรม เช่นเดียวกับพวก Traditionalist กลุ่ม baby boomers กลับทบทวนตั้งคำถามและมีคำตอบเกี่ยวกับเป้าหมายชีวิตและการทำงานของตนเองอยู่ตลอดเวลาว่าตนเองกำลังทำอะไร จะไปไหน เพื่อก้าวไปสู่จุดหมายความสำเร็จแห่งชีวิตด้วยการอยู่ในจุดสูงสุดของอาชีพตำแหน่งสูงสุดของหน่วยงานในมุมมองของการบริหารทรัพยากรบุคคลในองค์การเพื่อการสร้างกำลังคนคุณภาพ กลุ่ม generation x และ millennial ที่ถือเป็นคนรุ่นหลังที่กำลังถูกจับตาให้ความสำคัญมาก

3. Generation Xers

Generation X ใช้เรียกกลุ่มคนมีพฤติกรรมแบบพึงตนเอง ไม่พึ่งพาใครทำงานแบบเบ็ดเสร็จด้วยตนเอง แบบเถ้าแก่ ชอบอิสระ ชอบอะไรแบบง่ายๆ ไม่ต้องเป็นทางการ ชอบพูดคุยสนทนาแบบเป็นผู้ใหญ่ ไขว่คว้าหาความมั่นคงทางอารมณ์ ความรู้สึกรู้รอบ ใฝ่ศึกษาหาความรู้ สั่งสมบทเรียนประสบการณ์ใสตน มีความคิดเปิดกว้าง พร้อมรับฟังข้อติติงเพื่อการปรับปรุงพัฒนาตนเอง มองสมดุลแห่งความสำเร็จของชีวิต งาน เงิน ครอบครัวและตนเอง อยู่ที่ปัจจุบัน พวกเขาต้องการมี เวลา มีความพร้อมที่จะได้ดูแลฟูมฟักลูกหลาน เดี๋ยวนี้ ไม่ใช่เมื่อภายหลังเกษียณการทำงานไปแล้วเป้าหมายอาชีพการงานของกลุ่ม generation Xers คือการเป็นเถ้าแก่ แบบ รู้รอบในขณะที่กลุ่ม Traditionalist และ Baby Boomers เห็นความสำเร็จและความสุขที่บั้นปลายชีวิต ภายหลังเกษียณ กลุ่ม Generation Xers กลับมองสมดุลแห่งชีวิตและการทำงานอยู่ที่ปัจจุบันด้วยแนวความคิดที่ว่า ความมั่นคงในอาชีพไม่ได้หมายความว่า ต้องมั่นคง ปักหลักอยู่กับหน่วยงานใด แต่เพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องมุ่งพัฒนาสมรรถนะของ ตนเอง ให้ก้าวทันโลก ให้ชีดความสามารถในการแข่งขัน 

Generation Xers คือกลุ่มที่มีแนวคิดและการทำงานในลักษณะ เถ้าแก่ คือรู้ทุกอย่างทำทุกอย่างได้เพียงลำพังไม่ต้องพึ่งพิงกับใคร ความรู้ที่อยู่ติดตัว จะติดตลอดไปหากต้องเปลี่ยนหน่วยงาน ก็สามารถเปลี่ยนได้อย่างไม่ลังเลและเริ่มต้นในงานใหม่ได้อย่างไม่ลังเล

รุ่น Generation X ไม่สนใจกระบวนการ เเต่ไว อยากได้ผลงานอะไรขอให้บอก เดี๋ยวคนรุ่นนี้จัดให้ เเต่อย่ามาเคร่งครัดเรื่องกระบวนการ มีจุดมุ่งหมายเป็นตัวของตัวเอง หากที่ใดไม่สามารถตอบสนองได้ ก็เปลี่ยน อาจเริ่มจากย้ายที่ทำงานใหม่ หรือไปทำงานในต่างประเทศ การเรียนรู้จะไม่จำกัดที่หนังสือ หรือกระดาษ ไม่ชอบอะไรที่เยินเย้อ ทุกอย่างต้องกระชับ ได้ใจความ รวดเร็ว ซึ่งจะตรงข้ามกับพวก Baby Bloomer ที่ยังชอบกระดาษ ชอบความมั่นคง ไม่ค่อยเปลี่ยน ฯลฯ

4. Generation Y หรือ Millennial

Millennial เรียกกลุ่มคนยุค บริโภคด่วน ที่เพิ่งเริ่มเข้าวัยทำงาน ในยุคของความก้าวหน้าทางด้านโลกเทคโนโลยีการสื่อสาร การเปิดกว้างของข้อมูลข่าวสาร พวกเขาชอบทำงานในลักษณะเป็น เครือข่าย พวกเขาชอบพบปะผู้คน ที่มากหน้าหลายตา ชอบการทำงานเป็นหมุ่คณะ แม้จะเป็นหมุ่คณะที่มีความแตกต่าง หลากหลาย ด้วยความคิดเชิงบวก ความเชื่อมั่นในตัวเอง พวกเขาคิดว่า ให้ทำอะไร ทำได้ทั้งนั้น ขอให้มีผู้นำที่ดี มีคนช่วยแนะ ช่วยสอน ช่วยวิจารณ์การทำงานในทางที่ดี รวมถึงระบบการทำงานที่เป็นระบบ เพื่อช่วยพัฒนาการทำงานของพวกเขา พวกเขาชอบที่จะได้รับมอบงานหลาย ๆ อย่างในหลายลักษณะ โดยคิดว่าจะสามารถทำได้สำเร็จในทุกชิ้นที่ได้รับมอบหมายในขณะที่กลุ่มคนทำงาน Millennial รู้สึกดีที่จะได้ทำงานที่ได้รับมอบหมายจาก ผู้ใหญ่ ที่ดีในลักษณะของการ พึ่งพิง (ที่แตกต่างในทางตรงข้ามกับความต้องการการเป็นอิสระของกลุ่ม Generation X) พวกเขาก็ปรารถนาที่จะให้ผู้ใหญ่ที่เขาถือเป็นผู้นำ พร้อมรับฟังปัญหาและเคารพในความคิดเห็นของพวกเขาด้วยเช่นกัน

Millennial ต้องการความชัดเจนในการทำงานว่าสิ่งที่ทำมีผลต่อตนเอง ต่อหน่วยงานอย่างไร และพวกเขาต้องทำอะไรบ้าง และเมื่องานสำเร็จ พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งท้าทายในระดับต่อไป ที่แน่นอนต้องเป็นสิ่งท้าทายในระดับที่สูงกว่างานเดิมการที่โลกแห่งเทคโนโลยีการสื่อสารแบบเครือข่ายกลายเป็นชีวิตประจำวันอันแสนธรรมดา ของพวกเขารูปแบบวิธีคิด วิธีการทำงานของคนรุ่นใหม่นี้ จึงสะท้อนลักษณะของการติดต่อสัมพันธ์ สร้างเครือข่ายการทำงานที่ชัดเจนที่สุด เทียบกับกลุ่มคนในรุ่นต่าง ๆ ที่ผ่านมาเป้าหมายทางอาชีพการงานของกลุ่ม millennial คือ การประสบความสำเร็จในการทำงาน ในธุรกิจที่ หลากหลาย ภายใต้การสร้างและพัฒนา เครือข่ายการทำงาน ที่มากหน้าหลายตา

ยุค Baby Boom คือยุคของคนที่มีแนวความคิด ที่จะทำงานหนัก เพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวเกิดและเติบโตหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือเรียกว่า ยุค Baby Boom คนกลุ่มเหล่านี้มีประสบการณ์ มีความสามารถเป็นกลุ่มที่ทรงพลังที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์สังคมธุรกิจยุคปัจจุบัน ที่สำคัญพวกเขาเชื่อมั่นตนเองว่า รุ่นที่สอง ไม่มีความสามารถเพียงพอจะรับช่วงได้ดีจากกลุ่มตน ในขณะที่รุ่นที่สองไม่มีประสบการณ์ หรือไม่รับโอกาส แต่กลับเชื่อมั่นตนเองอย่างมาก 
ด้วยการมองความสำเร็จไว้ยิ่งใหญ่กว่ารุ่นก่อนด้วย

ยุคต่อมาคือ Generation X ยุคเงินมีอำนาจ แต่ไม่ต้องสนใจว่าจะไปหามาอย่างไร จากไหน หามาได้แล้ว ก็จะใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย บ้ายี่ห้อ Think Big, Talk Big แล้วก็มาถึง Generation Y พวกนี้จะทำในสิ่งตรงกันข้าม ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เป็นยุคลัทธิ ตัวตู ร่างกายตู สมบัติตู ไม่ใช่ของตู มีข้าวกินไปวันๆ ร้องรำทำเพลงเป็นพอขณะนี้เราอยู่ในยุคของ Generation C (Generation X of content) คนยุคนี้คุยกันแบบเนื้อหาล้วนๆ จะไร้สาระ หรือมีประโยชน์ ก็ไม่ว่ากัน แต่เราจะคุยกันแบบไม่เห็นหน้า ใครเป็นใครก็ช่าง ไม่แคร์ ไม่ใช้ชื่อจริง ไม่ต้องมีความสัมพันธ์ใดๆต่อกัน ชอบก็อยู่ต่อ ไม่ชอบก็ไป ถูกผิดไม่รู้ ตูขอให้ได้โชว์กึ๋น

การสลายช่องว่าง สร้างความเข้าใจระหว่างวัย 3 ขั้นตอน (บัณฑิตทั้งหลายพึงฝึกตน)

  1. เข้าใจถึงความแตกต่าง ยอมรับว่าคนเราถูกหล่อหลอมมาไม่เหมือนกัน คนที่มีความเชื่อ หรือทัศนคติต่อชีวิตไม่เหมือนคุณ เขาไม่ใช่คนไม่ดีเสมอไ
  2. ชื่นชมจุดดี แทนที่จะต่อต้าน ให้เราลองมองหาจุดเด่นของคนในแต่ละกลุ่มให้พบ
  3. บริหารความแตกต่าง เปลี่ยนวิธีการสื่อสารให้เข้าถึงคนแต่ละกลุ่มที่เราต้องทำงานด้วย

การทำงานกับกลุ่ม Traditionalist

จงให้เกียรติและให้ความเคารพอย่างสูงต่อพวกเขา (กลุ่มลายคราม) เมื่อคุณให้เกียรติผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็จะให้เกียรติคุณ แล้วถ้าบังเอิญคุณมีตำแหน่งสูงกว่าพวกเขา จงแสดงความชื่นชมต่อเขาในด้านการเป็นเสาหลักขององค์กร และจงรับฟังเมื่อพวกเขาถ่ายทอดประสบการณ์ในอดีต การต่อสู้ ความพากเพียรในการทำงานจนผ่านพ้นความยากลำบากมาได้ เพราะสิ่งนั้นคือ สิ่งที่คนรุ่นหลังไม่มี และไม่รู้จัก อย่ามองว่า..กลุ่มลายครามคือ หมาล่าเนื้อไม่มีที่ไป แต่การที่พวกเขาทำงานอยู่จนถึงวัยเกษียณนั้น เป็นเพราะพวกเขา เชื่อในคุณค่าของความมั่นคง และถือความซื่อสัตย์เป็นที่สุด


ทำงานกับกลุ่ม Baby Boom

จงแสดงความนับถือ รับฟัง และเรียนรู้จากประสบการณ์ของ Baby Boom แล้วพยายามปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าคุณจะเก่งกาจแค่ไหน หรือคุณจะประสบความสำเร็จเพียงใด คุณก็ยังต้องเรียนรู้อยู่เสมอ อย่าแสดงออกว่าการทำงานหนัก คือ การถูกเอาเปรียบ เพราะ Baby Boom ให้ความสำคัญต่อหลักการทำงาน ยึดถือวัฒนธรรมองค์กร และเห็นคุณค่าต่อการทำงานอย่างทุ่มเท หากต้องทำงานในองค์กรใหญ่ ๆ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งบริหารงานโดย Baby Boom ควรพยายามเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรเสียก่อนว่ามีการเจริญเติบโตมาอย่างไร ก่อนที่จะเสนอความคิดริเริ่มเพื่อการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แก่ Baby Boom

ทำงานกับกลุ่ม Generation–X

ต้องพูดให้กระชับ ชัดเจนและไม่อ้อมค้อม เพราะ Generation–X ชอบความตรงไปตรงมา คุณสามารถใช้ Email กลับคนกลุ่มนี้ได้ หากคุณสามารถสื่อสารได้ใจความและตรงเป้าหมาย หากเป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ ควรพูดต่อหน้าเพราะ Generation–X ไม่ชอบถูกบงการ ผู้ใหญ่แค่ให้นโยบายกว้าง ๆ เปิดโอกาสให้เขาได้แก้ปัญหาเองจะดีที่สุด ส่วน Baby Boom ควรลดความคาดหวังต่อ Generation–X ในการทำงานหนักอย่างหนักโดยไม่มีวันหยุด หรือก้าวไปอย่างช้า ๆ อย่างรุ่นตน เพราะ Generation–X ต้องการชีวิตที่สมดุล ไม่ชอบการอยู่ติดที่

ทำงานกับกลุ่ม Generation–Y หรือกลุ่ม Millennial

ลองท้าทายพวกเขาด้วยภารกิจใหม่ ๆ Millennium จะชอบความเป็นคนสำคัญ การเพิ่มความรับผิดชอบ เสมือนการให้คำชม จงเปิดโอกาสให้ Millennium ได้แสดงความคิดเห็นของเขา เห็นพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งในทีม ผู้ใหญ่ที่ยอมรับความคิดเขา ก็จะได้รับการยอมรับจากพวกเขาเช่นกัน Millennium ชอบให้คุณแสดงออกต่อสิ่งที่พวกเขาทำทุกขณะจิต เพราะความรู้สึกและความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน มีผลต่อพวกเขามาก