ยาหมดอายุ

อันตรายจากยาหมดอายุ


ยาหมดอายุบางตัวทำให้กระเพาะอาหารระคายเคือง จนอาจกลายเป็นโรคกระเพาะ หรือแทนที่จะระงับโรค กลับทำให้โรคลุกลาม ตัวยาบางชนิดเมื่อเสื่อมอาจก่อโทษภัยแก่ร่างกายถึงกับทำให้ไตวายและไตอักเสบได้ โดยในบรรดายาทั้งหลาย โดยมากจะระบุทั้งวันที่ผลิตและวันหมดอายุไว้บนฉลากหรือซองยาอย่างชัดเจน โดยวันที่ผลิตจะเขียนว่า "Manu. Date" หรือ "Mfg. Date" ตามด้วยวัน-เดือน-ปีของวันผลิต ส่วนวันหมดอายุ จะเขียนว่า "Expiry Date" หรือ "Exp. Date" หรือ "Used before" หรือ "Expiring" หรือ "Use by" ตามด้วยวัน-เดือน-ปีของวันหมดอายุ ตัวอย่างเช่น Exp.date 30/07/11 หมายความว่า ยาจะหมดอายุในวันที่ 30 เดือนกรกฎาคม ปี 2011

หากระบุไว้เพียงวันผลิต แต่ไม่ได้ระบุวันหมดอายุ โดยทั่วๆ ไปถือว่า ถ้าเป็นยาน้ำที่ยังไม่ได้เปิดใช้จะเก็บไว้ได้ 3 ปีนับจากวันผลิต หากเปิดใช้แล้วขึ้นกับว่าดูแลการปนเปื้อนได้ดีหรือไม่ เช่น ยาแก้ไอ แต่ใช้ปากจิบจากขวดยา (ห้ามทำ เพราะจะไม่รู้ขนาดที่กินเข้าไปชัด เจน) จะปนเปื้อนและเสียได้ในเวลา 2-3 วัน หากเทใส่ช้อนกิน ไม่ปนเปื้อน ปิดฝาอย่างดี เก็บไว้ในตู้เย็นสัก 3 เดือนแล้วเคลียร์ทิ้งกันสักรอบก็จะดี ส่วนยาเม็ดเก็บไว้รักษาได้ 5 ปี นับจากวันผลิต ยาเสื่อมดูอย่างไร

1.ยาเม็ดแคปซูล แคปซูลมักบวมโป่ง ภายในสังเกตเห็นว่าผงยาเปลี่ยนสี อาจมีเชื้อราขึ้นที่เปลือกแคปซูล จับกันเป็นก้อน สีเปลี่ยนไป ซึ่งต้องระวังให้มาก เพราะยาหมดอายุบางอย่างหากกินเข้าไปอาจเป็นอันตรายต่อไต เช่น ยาเตตราซัยคลิน ถ้าผงยาเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีน้ำตาล ให้ทิ้งทันที

2.ยาเม็ด เมื่อหมดอายุมักมีสีเปลี่ยนไป ซีดจางลง แตกกร่อน เป็นผงง่าย เอามือจับรู้สึกเม็ดยานิ่มๆ บีบเบาๆ ก็แตก

3.ยาเม็ดที่เป็นแบบเคลือบน้ำตาล เม็ดยามักดูเยิ้มเหนียว มีกลิ่นหืนๆ บูดๆ

4.ยาน้ำแขวนตะกอน เช่น ยา คล้ายแป้งน้ำใช้ทาแก้คัน ยาลดกรด ถ้าเสื่อมจะตกตะกอน จับกันเป็นก้อน เกาะติดกันแน่น เขย่ายังไงก็ไม่กระจายตัว กลิ่น สี หรือรสก็เปลี่ยนไป

5.ยาน้ำเชื่อม จะกลายเป็นสีขุ่นๆ ตกตะกอน เห็นเป็นผงๆ ไม่ละลาย หรือเห็นเป็นน้ำคนละสีลอยปะปนเป็นเส้นๆ อาจมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว

6.ยาขี้ผึ้งและครีม เนื้อยาแห้งแข็ง หรือสีเปลี่ยนไป

7.ยาหยอดตา เก็บ 1 เดือนในตู้เย็น หากไม่ได้ใช้ก็เคลียร์ทิ้ง

8.ยาบางอย่างต้องเก็บในตู้เย็นเพื่อกันการเสื่อม เช่น ยาพวกวัคซีน พบเห็นคลินิกไหนเอาวัคซีนจากตู้ยามาฉีด ไม่ใช่ตู้เย็น ต้องทักท้วงทวงถาม

9.ยาเม็ดที่ใส่แผง (กระดาษฟอยล์) ซึ่งกันทั้งความชื้นและกันการเสื่อมสภาพเร็ว ควรจะแกะยาต่อเมื่อถึงเวลาต้องกินแล้วเท่านั้น หากแกะออกมารวมๆ กันในขวดอาจเสื่อม หมดอายุก่อนวันเวลากำหนด

10.ยาที่ได้จากโรงพยาบาลใส่ถุงซิปมาให้ ไม่มีวันหมดอายุ เพราะวันหมดอายุอยู่ที่กระป๋องยา ดังนั้น หากเป็นยาเม็ดที่เหลือค้างไว้ที่บ้าน อย่าเก็บไว้เกิน 1 ปี หากเป็นยาน้ำที่ไม่ใช่ยาแก้อักเสบ สัก 3 เดือนก็เคลียร์สักครั้งจะดีกว่า

หากกินยาหมดอายุไม่ต้องล้วงคอ ไม่ต้องดื่มนม แต่อาจดื่มน้ำตามไปก่อน และเก็บฉลากให้รู้ชนิดยาที่กิน จำนวนที่กิน สังเกตลักษณะที่ผิดปกติ เช่น สี กลิ่น หรือ โทร.ถามศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี หมายเลข 0-2201-1083 ซึ่งศูนย์พิษนี้จะเปิด 24 ชั่วโมง มีนักเภสัชวิทยาคอยให้คำแนะนำ บอกวิธีการปฐมพยาบาล และความจำเป็นว่าจะต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาลหรือไม่

www.megazy.com #megazy #MegazyContents
#เทคนิคสุขภาพดีๆ #ที่น่ารู้
Cr. ข้อมูล สสส (thaihealth) และ หนังสือพิมพ์ข้่าวสด โดย น้าชาติ ประชาชื่น
Cr. ภาพ theorbital