สุขภาพจิต 4 วัย

สุขภาพจิตของคน 4 วัย

ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดเวลา แต่น่าฉงนว่ามนุษย์เรากลับมีความสุขน้อยลง มีปัญหาในการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้น เหตุการณ์ร้าย เกิดขึ้นในสังคมไม่เว้นแต่ละวัน อีกทั้งเต็มไปด้วยการแข่งขัน ชิงดี เพื่อให้เทียมหน้าเทียมตากัน นำไปสู่ความแตกแยก แบ่งฝ่ายกัน เหล่านี้ล้วนมีต้นตอจาก กิเลส ความโลภ และอำนาจแห่งคน

ครอบครัว จึงเป็นสถาบันแรกที่ต้องหล่อหลอมและพัฒนาคน ให้เป็นบุคคลอันพึงประสงค์ของสังคม ควบคู่กับการมีสุขภาพจิตที่ดี สัญญาณเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพจิตของคนในแต่ละช่วงวัย เป็นสัญญาณเตือนให้รู้ไว้ ว่าควรจะได้ป้องกันการมีสุขภาพจิตที่ไม่ดีกันได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

สภาพจิตของเด็ก

เด็กแต่ละคน มีพื้นอารมณ์ที่ติดตัวมาแตกต่างกัน เด็กวัยนี้จะโกรธง่ายเมื่อไม่ได้รับการตอบสนองในสิ่งที่ตัวเองต้องการ และจะแสดงออกด้วยการร้องไห้ ก้าวร้าว อาละวาด ดิ้นกับพื้น ส่งเสียงดัง ทุบตีสิ่งของต่างๆ เด็กจะรักบุคคลที่สามารถตอบสนองในสิ่งที่เขาต้องการ โดยแสดงอารมณ์รักอย่างเปิดเผย เช่น การกอดบุคคล หรือสิ่งของที่รัก เด็กจะอยากรู้อยากเห็น ชอบซักถาม หากซักถามผู้ใหญ่แล้วได้รับการตอบสนองที่ไม่ถูกต้องจะส่งผลให้ความอยากรู้อยากเห็นลดลงน้อยกว่าเด็กวัยเดียวกันเด็กจะร่าเริงแสดงอาการปรบมือ กระโดด ยิ้ม ดีใจ เมื่อเขาได้รับการตอบสนองตามที่ตนเองต้องการทันเวลา เด็กจะขี้อิจฉาริษยา เมื่อรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าผู้อื่น หรือกำลังสูญเสียความสนใจที่ตนเองเคยได้รับถูกแบ่งปันให้บุคคลอื่น อย่างไรก็ตาม อารมณ์ของเด็กวัยนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะการเลี้ยงดู และสภาพอารมณ์ของพ่อแม่ ที่จะพัฒนาบุคลิกภาพของเด็กเป็นไปในทิศทางที่เหมาะสม การเลี้ยงดูลูกโดยทางสายกลาง เป็นสิ่งที่ดีที่สุดคือ ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ไม่เข้มงวดจนเกินไป และควรจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กได้เลียนแบบ

สภาพจิตของวัยรุ่น

วัยรุ่น เป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตเร็วมาก ทั้งในทางชีวะ สรีระ และจิตวิทยา เป็นช่วงเวลาเวลาที่มีความใฝ่ฝันทะเยอทะยาน และมุ่งมั่นในการสร้างจุดมุ่งหมายให้กับชีวิตของตนเอง ถือเป็นระยะเริ่มแรก ที่คนเริ่มมองหาอาชีพการงานในอนาคต แสวงหารูปแบบของตนเองในแง่มุมต่างๆ เช่น เรื่องของค่านิยม ภาพพจน์ของตน กล้าลองกล้าเสี่ยง เพราะหากล้มเหลวก็ถือเป็นบทเรียน วัยนี้จะเริ่มเลือกรูปแบบของชีวิตที่ตนพึงพอใจ ติดเพื่อนหรือภาวะแวดล้อมทางสังคม มีหน้าที่การงานเข้ามามีบทบาทแทนที่ครอบครัว และจะยึดมั่นในอุดมการณ์ของตนเอง จนกระทั่งกลายเป็นเหตุความขัดแย้ง ความคับข้องใจได้ ซึ่งส่วนใหญ่อารมณ์ของเด็กวัยรุ่น เป็นผลสืบเนื่องมาจากระยะก่อนวัยรุ่นที่เคยมีความรู้สึกนึกคิดขัดแย้งกับผู้ใหญ่ จนทำให้เด็กวัยรุ่นเกิดความกังวลใจเรื่องการเจริญเติบโต และจะชอบใช้ความรุนแรง ไม่ค่อยจะยอมใครง่ายๆ หรือมีความเชื่อมั่นต่างๆ เป็นไปอย่างรุนแรง ฉะนั้นวัยรุ่น ควรพูดคุยและระบายความรู้สึกให้บุคคลรอบข้างที่ไว้วางใจได้ฟังบ้าง เพราะสามารถช่วยลดความเครียดและอารมณ์ที่ไม่ดีลงได้

สภาพจิตของผู้ใหญ่

เมื่อเข้าสู่วัยกลางคน จะปักหลักเรื่องหน้าที่การงาน แต่งงานมีครอบครัว สร้างฐานะ มีภาระความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น และมีความมุ่งมั่นกระตือรือร้นที่จะสร้างความสำเร็จในหน้าที่การงาน เพื่อให้ประสบความสำเร็จและความภาคภูมิใจในตนเอง แต่บางครั้งเชื่อมั่นในสิ่งต่างๆ มากเกินไป เมื่อเกิดความล้มเหลวก็จะทำให้เกิดท้อแท้ สิ้นหวัง มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย หรือพยายามหลีกหนีต่อความรู้สึกกังวลใจ ความไม่สบายใจ ความโกรธ ความหงุดหงิด ด้วยการดื่มสุรา ใช้ยา กระทั่งส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของการสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น และเกิดการแยกตัวออกจากสังคมได้ในที่สุด ดังนั้น ควรจะเปลี่ยนจุดสนใจ หาทางแก้ไขด้วยวิธีที่เหมาะสม และสร้างกิจกรรมที่สร้างสรรค์

สภาพจิตของผู้สูงอายุ

ผู้สูงวัย มีปัญหาด้านสุขภาพจิต 5 อันดับแรก คือ 1) ความวิตกกังวล 2) ซึมเศร้า 3) นอนไม่หลับ 4) ภาวะสมองเสื่อม และ 5) ปัญหาเรื่องเพศ ซึ่งส่วนใหญ่อาจเกิดจากความเครียดและความรู้สึกของการสูญเสีย โดยเฉพาะด้านความสามารถของตนเองที่เคยเป็นที่พึ่ง เคยเป็นผู้นำให้กับคนอื่น หรือจากการที่เคยมีครอบครัวที่ใหญ่โต กลับกลายเป็นครอบครัวเล็ก หรือต้องเลี้ยงดูตนเองตามลำพัง ถูกลูกหลานทอดทิ้ง ซึ่งเหตุการณ์ในอดีตจะกระตุ้นให้ผู้สูงอายุเกิดอาการน้อยเนื้อต่ำใจ เสียใจ เบื่อหน่าย เบื่ออาหาร หวาดกลัว จนต้องแยกตัวออกจากสังคม เพราะไม่กล้าสู้กับปัญหา ในอนาคตอาจเสี่ยงต่อการมีภาวะทางจิต ปัญญาที่ไม่ดี และมีปัญหาอื่นๆ ทางด้านสุขภาพตามมา ทั้งนี้ หากผู้สูงอายุเข้าใจชีวิต กล้าเผชิญปัญหา ด้วยการยอมรับความจริง สร้างกิจกรรมที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจอย่างสม่ำเสมอ ก็ย่อมเป็นผู้ที่มีสุขภาพจิตดีได้

ขอขอบคุณ
รู้ทันโลก เว็บไซต์มติชนออนไลน์