บัวมีประโยชน์

  1. รากและเม็ดบัว มีรสหวานเย็น และมันเล็กน้อย มีสรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง ใช้เป็นยาชูกำลัง (ราก เม็ดบัว ดอก)
  2. บำรุงร่างกาย แก้กษัย (เม็ดบัว ใบอ่อน กลีบดอก)
  3. เม็ด บัวมีคุณค่าทางอาหารสูง ช่วยเพิ่มพลังงานและไขมันในร่างกาย จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งหายป่วยใหม่ๆ ที่ยังมีอาการอ่อนเพลียอยู่ หรือใช้เป็นอาหารบำรุงกำลังของหญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการแพ้ท้อง มีอาการอ่อนเพลีย หรืออาเจียน (เม็ดบัว) หรือใช้รากต้มเป็นน้ำกระสายดื่ม แก้อาการอ่อนเพลียก็ได้ (ราก) ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย (เม็ดบัว)
  4. สรรพคุณดอกบัวหลวง ดอกบัวสดสีขาวใช้ต้มกับน้ำดื่มติดต่อกัน มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย ทำให้สดชื่นขึ้น และช่วยลดอาการใจสั่น (ดอก เกสร กลีบดอก)
  5. บำรุงโลหิต (เม็ดบัว ใบแก่)
  6. ลดความดันโลหิตสูงและลดไขมันในเส้นเลือด ด้วยการใช้ใบสดหรือแห้งนำมาหั่นเป็นฝอยต้มกับน้ำพอท่วมจนเดือดประมาณ 10-15 นาที ใช้ดื่มครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 ครั้ง โดยให้ดื่มติดต่อกันอย่างน้อย 20 วัน และตรวจสัดความดันเป็นระยะ พร้อมทั้งสังเกตอาการ ได้แก่ อาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ มึนงง ปวดท้ายทอย หากดื่มแล้วความดันโลหิตลดลงก็ต้องหมั่นตรวจวัดความดันอย่างน้อยเดือนละ 2-3 ครั้ง พร้อมทั้งสังเกตอาการดังกล่าวไปด้วย ถ้าหากพบว่ามีอาการผิดปกควรรีบไปพบแพทย์ (ใบ) หรือจะใช้ดีบัวประมาณ 1.5-6 กรัม นำมาต้มเอาน้ำดื่ม ก็มีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิตได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีสรรพคุณช่วยขยายเส้นเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ในกรณีที่เส้นเลือดตีบ (ดีบัว)
  7. บำรุงประสาท และสมอง (เม็ดบัว เกสร)
  8. ผ่อนคลายความเครียด อาการหงุดหงิดนอนไม่หลับ ช่วยทำให้นอนหลับสบาย ด้วยการใช้ดีบัวประมาณ 1.5-6 กรัม นำมาต้มเอาน้ำดื่ม (ดีบัว)
  9. รากช่วยเสริมฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้หลับสบาย โดยมีฤทธิ์ไม่แรงมากนัก (ราก)
  10. เม็ดบัวมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง มีคุณสมบัติช่วยป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งตับ (เม็ดบัว)
  11. ชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ และผิวพรรณ (เม็ดบัว)
  12. เกสร นำมาใช้ปรุงเป็นยาหอม เป็นยาชูกำลัง บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ ทำให้ชุ่มชื่นใจ แก้อาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ เป็นยาสงบประสาท และช่วยขับเสมหะ โดยใช้เกสรแห้งนำมาบดเป็นผงครั้งละ 0.5-1ช้อนชา ใช้ชงกับน้ำร้อนดื่ม หากเป็นเกสรสด ให้ใช้ประมาณ 1 หยิบมือ นำมาชงกับร้อน 1 แก้ว (ขนาดประมาณ 240 มิลลิลิตร) ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วนำมาดื่มในขณะที่ยังอุ่นครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3-4 รอบ (เกสรตัวผู้)
  13. บำรุงหัวใจ (ดอก,เกสรตัวผู้,เม็ดบัว)
  14. ดีบัวมีสาร Methylcorypalline ซึ่งเป็นตัวช่วยทำให้เส้นเลือดขยาย ใช้เป็นยาขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ แก้เส้นเลือดตีบในหัวใจเนื่องจากมีไขมันไปเกาะที่ผนังหลอดเลือด เพิ่มแรงบีบตัวของหัวใจ และช่วยบำรุงหลอดเลือดหัวใจ โดยใช้ดีบัวแห้ง 1 หยิบมือ นำมาชงกับน้ำร้อน 1 แก้วปกติ แล้วใช้ดื่มในขณะที่ยังอุ่นๆ ก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง หรือจะปั้นเป็นเม็ดขนาด 0.5 กรัม ใช้กินครั้งละ 3-5 เม็ด ก่อนอาหารเช้าและเย็นก็ได้ แถมยังมีสรรพคุณช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ ช่วยแก้ไข้และช่วยบำรุงร่างกายได้อีกด้วย (ดีบัว)
  15. ควบคุมธาตุในร่างกาย (เกสรตัวผู้)
  16. เหง้าหรือรากบัวใช้ต้มกับน้ำดื่ม เป็นยาแก้ธาตุไม่ปกติในเด็ก (ราก)
  17. ลดไข้ (ราก ดีบัว) ช่วยแก้ไข้ (เกสรตัวผู้ ใบแก่ ดอก)
  18. แก้ไข้รากสาด และไข้มีพิษร้อน (ดอก,เกสร)
  19. ระงับอาการหวัดคัดจมูก ลดเสมหะ ด้วยการใช้ใบบัวมาหั่นเป็นฝอยแล้วผึ่งแดดให้แห้ง ใช้ทำเป็นมวนสูบเพื่อช่วยบรรเทาอาการหวัดคัดจมูก (ใบ)
  20. ใบแก่ใช้สูดกลิ่น ช่วยแก้ริดสีดวงจมูก (ก้านดอก,ใบแก่)
  21. แก้อาการไอ (ราก)
  22. แก้เสมหะ (ราก เหง้า เม็ดบัว ดอก เกสรตัวผู้)
  23. แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน (เกสร เม็ดบัว ราก)
  24. แก้อาการติดเชื้อในช่องปาก ด้วยการใช้ดีบัวประมาณ 1.5-6 กรัม นำมาต้มเอาน้ำดื่ม (ดีบัว)
  25. แก้ลม (เกสร)
  26. แก้อาการอาเจียนเป็นเลือด (ดีบัว)
  27. แก้อาการเลือดกำเดาไหล (เกสรตัวผู้)
  28. แก้อาการร้อนในกระหายน้ำ (ราก,เม็ดบัว) หรือใช้ใบ หั่นเป็นฝอยชงดื่มแทนน้ำชา ก็ช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำได้เช่นกัน (ใบ) หรือใช้ดีบัวต้มน้ำดื่มมีสรรพคุณช่วยแก้กระหายน้ำด้วยเช่นกัน และยังช่วยอาการกระหายหลังอาเจียนเป็นเลือดได้ด้วย (ดีบัว)
  29. บำรุงปอด (เกสรตัวผู้)
  30. แก้อาการท้องเสีย (เกสรตัวผู้ ฝัก เปลือกฝัก)
  31. แก้อาการท้องเดิน (ยางจากก้านใบและก้านดอก เปลือกฝัก)
  32. กลีบดอกชั้นใน และก้านใบ ใช้เป็นยาแก้อาการท้องร่วง (ใบ กลีบดอกชั้นใน) ส่วนชาวอินเดียจะให้เด็กดื่มน้ำรากบัว เพื่อช่วยระงับอาการท้องร่วง (ราก,สายบัว)
  33. กลีบดอกชั้นในนำมาตำใช้พอกแก้โรคซิฟิลิส (กลีบดอกชั้นใน)
  34. เม็ดบัวช่วยรักษาอาการท้องร่วงและบิดเรื้อรัง (เม็ดบัว)
  35. แก้ลำไส้อักเสบ (เม็ดบัว)
  36. สมานแผลในมดลูก (เปลือกฝัก)
  37. ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะบ่อย (ดอก เกสรตัวผู้ ราก)
  38. แก้อาการตกขาวของสตรี (เกสรตัวผู้)
  39. แก้อาการประจำเดือนมามากกว่าปกติ (เกสรตัวผู้ เม็ดบัว)
  40. บำรุงถุงน้ำดี (ดีบัว)
  41. แก้ดีพิการ (ราก,เม็ดบัว)
  42. บำรุงตับ (เกสรตัวผู้)
  43. บำรุงไต ม้าม ตับ (เม็ดบัว)
  44. ดีบัวมีสรรพคุณช่วยแก้อหิวาตกโรค โดยชงดีบัวในน้ำร้อน แล้วดื่มในขณะที่ยังอุ่นครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 ครั้ง (ดีบัว)
  45. แก้พุพอง (ราก,เม็ดบัว)
  46. รากหรือเหง้ามีสรรพคุณช่วยห้ามเลือด ทำให้เลือดหยุด (ราก ดอก กลีบดอก ก้านใบ)
  47. สมานแผล (ดอก เกสรตัวผู้ เปลือกฝัก)
  48. แก้อาการน้ำกามเคลื่อน หรืออาการฝันเปียก (เกสรตัวผู้ เม็ดบัว ดีบัว)
  49. ดอกบัวหลวง ช่วยแก้อาการผดผื่นคัน (ดอก)
  50. แก้พิษเห็ดเมา (ฝัก)
  51. แก้พิษจากการรับประทานเห็ดพิษ และอาการเป็นพิษจากพิษสุราเรื้อรัง ด้วยการใช้ทั้งต้นประมาณ 10-15 กรัม นำมาต้มรับประทาน (ทั้งต้น)
  52. รักษาอาการปวดบวมและอาการอักเสบได้ ด้วยการนำใบบัวหลวงมาล้างให้สะอาดแล้วโขลกให้ละเอียด จากนั้นสกัดด้วยแอลกอฮอล์ แล้วนำสารสกัดที่ได้มาทาบริเวณที่มีอาการ (ใบ)
  53. บำรุงไขข้อ เส้นเอ็น แก้โรคข้อต่างๆ (เม็ดบัว)
  54. แก้อาการช้ำใน (ดอก)
  55. บำรุงครรภ์ของสตรี (เม็ดบัว ดีบัว ดอกบัว)
  56. เพิ่มแรงเบ่งขณะคลอดบุตรของสตรี (ใบแก่) ช่วยทำให้คลอดบุตรง่าย (ดอกบัว)
  57. ขับรกออกมาให้เร็วขึ้น (ฝัก)

greenerald.com