ขอพร-ให้พร



พร และที่มาของการให้พร

เมื่อถึงเทศการสำคัญ ปีใหม่ หรืองานมงคลใดๆ ทุกท่านจะคุ้นชินกับการให้พร หรือรับพร จากผู้ที่รู้จัก บางท่านก็ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 
ทุกคนต่างหวังว่า พรนั้นจะศักดิ์สิทธิ์ แต่ในความเป็นจริง พรศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่? พรคือสิ่งใดกันแน่? อย่างไรเป็นพรที่แท้จริง? และอย่างไรเป็นพรที่ประเสริฐที่สุด?

โดยแท้จริงแล้ว คำว่า 
พร นั้นแปลว่า คำพูด ที่แสดงถึงความ ปรารถนา เกิดจากผู้รับพร ต้องการความดี ความเป็นศิริมงคล

เรื่องของการให้พร การขอพร มีบันทึกมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว ในเบื้องต้น พระพุทธองค์ทรงคำนึงเรื่อง ศีล และความถูกต้อง จึงไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุให้พรใดๆ แม้พระองค์เอง ก็ไม่ให้พร แต่สอนให้ทำความดีแทน

เมื่อนางวิสาขา ซึ่งเป็นอุบาสิกา มาขอพร พระพุทธองค์ตรัสว่า "ตถาคตเลิกให้พรแล้ว วิสาขา เพราะความสำเร็จ ย่อมไม่ได้จากพรที่รับ แต่มาจากผลของกรรม หรือการกระทำที่ทำไว้ ดังพุทธพจน์ที่ว่า ผู้ใดทำกรรมอย่างใดไว้ ย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้น"

แต่ต่อมา เมื่อพระสงฆ์ไม่ให้พรเลย ก็เป็นที่ติเตียนของชาวบ้านอีก พระพุทธองค์จึงทรงพิจารณาและเห็นว่า ที่แท้แล้ว ชาวบ้านต้องการสิ่งที่เป็นมงคล จึงทรงอนุญาตให้พระภิกษุให้พรได้ ดังพุทธพจน์นี้ "ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชาวบ้านมีความต้องการด้วยสิ่งเป็นมงคล เราอนุญาตให้ภิกษุ ให้พรตอบแก่ชาวบ้านว่า ขอท่านจงเจริญชนมายุยืนนาน"  พระวินัยปิฎก ๗/๑๘๖

ถ้าสังเกตุดีๆ จะพบว่า เมื่อมีการอวยพร หรือรับพร ทุกคนจะรู้สึกได้ทันทีว่า นั่นเป็นสิ่งดี เป็นสิ่งดีงามที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะมีคุณธรรมอย่างหนึ่งเกิดขึ้นเสมอ ในการให้พร นั่นคือ "เมตตาธรรม" เป็นความเมตตาของผู้ให้พร ที่ประสงค์จะให้ผู้รับ มีความสุข มีความเจริญ ได้รับสิ่งที่ดี ผู้รับเองก็รู้สึกได้ในทันที ดังนั้น การให้พร และรับพร จึงเป็นสิ่งที่ดีเสมอ ในสังคมเรา

การขอพร ก็เป็นเรื่องแปลก ความจริง เราทุกคนก็ทราบกันว่า "ผลย่อมมาจากเหตุ" คือ ทำดี ก็ย่อมได้ดี แต่ในสมัยนี้ เมื่อเราขอพร เราก็มักจะขอผลที่ดีงามเลย คือ ขอผลดี โดยไม่หวังว่าจะทำเหตุที่ดีแต่อย่างใด ต่างกับในสมัยโบราณ ที่คนจำนวนมาก ขอพรที่จะได้ทำเหตุที่ดี คือ ขอเพื่อจะได้มีโอกาสทำความดี เช่น พรของนางวิสาขา เป็นต้น

นางวิสาขา ได้ขอพรที่จะถวาย ผ้าสรง น้ำ อาหาร ที่เหมาะกับภิกษุอาพาธ และยา เป็นต้น คือ ขอต่อพระพุทธองค์ให้ภิกษุรับของเหล่านี้ได้ จากบุคคลที่ต้องการถวาย โดยนางวิสาขา ไม่ได้ขอพรอะไรให้แก่ตนเองเลย แต่เป็นการขอโอกาสที่จะทำดี และให้มีพุทธบัญญัติ ให้พระสงฆ์รับสิ่งเหล่านี้ได้จากคนทั่วไป เพื่อที่ทุกคนจะได้ทำบุญเหล่านี้ได้

อย่างไรก็ตาม การให้พรหรือรับพร เป็นเรื่องของความดีงามทั้งสิ้น แต่นี้ไป เมื่อเราจะให้พรใคร ให้ตั้งความเมตตาไว้ในใจ แล้วให้พร เมื่อจะรับพร ให้คิดว่า เราจะทำสิ่งที่ดีงาม เพื่อที่พรที่เรารับนั้นจะได้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นมงคลมากขึ้น 

พระพุทธองค์ทรงสอนว่า เมื่อเรามี ความสุจริตพร้อม ทั้งกาย วาจา ใจ เมื่อนั้น คือ มงคลดี เวลาดี จะทำอะไรก็ดี จะรับพร ก็ย่อมต้องดีด้วยเช่นกัน ฯ


บทความที่เกี่ยวข้อง : ขอพรให้ตนเอง


จากหนังสือ "พรอันประเสริฐ". โดย น.ท. น.พ. จักรพงศ์ ไพบูลย์