ตรุษจีน

เรื่องน่ารู้ วันตรุษจีน
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ถัดจากวันปีใหม่สากล 1 มกราคม ไม่นาน ก็ถึงวันที่ชาวจีนทั่วโลกจะได้เฉลิมฉลองปีใหม่กันบ้าง กับ "วันตรุษจีน" ซึ่งในประเทศไทยมีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่ไม่น้อย และยึดถือสืบทอดธรรมเนียมปฏิบัติมาช้านาน

วันจ่าย ตรงกับวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558
วันไหว้ ที่คนจีนถือว่าเป็นวันส่งท้ายปีเก่า ตรงกับวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558
วันตรุษจีน หรือ วันชิวอิก ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งเป็นวันถือ หรือวันเที่ยว ที่คนจีนมีความเชื่อว่าห้ามทำงาน

เชื่อกันว่าประเพณีนี้มีมานานกว่าสี่พันปี จัดขึ้นเพื่อฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ หรือขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ เรียกว่า
"ชุนเจี๋ย" หรือ "ชุงเจ๋" ซึ่งหมายถึงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เพราะช่วงก่อนตรุษจีนนั้นตรงกับฤดูหนาว ไม่สามารถทำการเกษตรได้ ดังนั้น เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิที่มีอากาศเหมาะสมแก่การเพาะปลูก ชาวจีนจึงสามารถทำนา ทำสวน ได้อีกครั้งหลังจากผ่านพ้นฤดูหนาวมา นั่นเอง


เดิมทีเทศกาลนี้ไม่ได้เรียกว่า ตรุษจีน แต่มีชื่อเรียกต่างกันตามยุคสมัย นั่นคือเมื่อ 2100 ปีก่อนคริสตศักราชจะเรียกว่า "ซุ่ย" ซึ่งมีความหมายถึงการโคจรครบหนึ่งรอบของดาวจูปิเตอร์ จนกระทั่งต่อมาในยุค 1000 กว่าปีก่อนคริสตศักราช เทศกาลตรุษจีนจะถูกเรียกว่า "เหนียน" หมายถึงการเก็บเกี่ยวได้ผลอุดมสมบูรณ์นั่นเอง

ส่วนการกำหนดวันตรุษจีนนั้น ตามประเพณีเทศกาลตรุษจีนจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้ายตามปฏิทินจันทรคติของจีน และถือว่าคืนวันที่ 30 เดือน 12 เป็นวันส่งท้ายปีเก่า ส่วนวันที่ 1 เดือน 1 คือวันชิวอิก หมายถึงวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ


ของไหว้ตรุษจีน มีอะไรบ้าง พร้อมความหมายมงคล
หากยึดตามธรรมเนียมดั้งเดิม การไหว้ตรุษจีนจะไหว้ในช่วงเช้า สาย และบ่ายของวันสิ้นปี ซึ่งของไหว้ในแต่ละช่วงเวลาก็แตกต่างกันไป คือ



- ช่วงเช้า (เวลาประมาณ 07.00-08.00 น.) นิยมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้าน ด้วยเนื้อสัตว์ 3 อย่าง หรือ ซาแซ เช่น หมู เป็ด ไก่ รวมทั้งขนมเข่ง


 - ช่วงสาย (เวลาประมาณ 09.00-12.00 น.) เป็นการไหว้บรรพบุรุษและบรรพชน ด้วยอาหารคาว อาหารหวาน ขนมเข่ง ชุดซาแซ ข้าวสวยพูน น้ำชา ผลไม้ กระดาษเงินกระดาษทอง







- ช่วงบ่าย (เวลาประมาณ 13.00-15.00 น.) เป็นการไหว้วิญญาณที่ไม่มีญาติ ด้วยอาหารคาว อาหารหวาน เครื่องกระดาษ









ความหมายของอาหารไหว้ตรุษจีน
  • ไก่ หมายถึง ความสง่างาม ยศ และความขยันขันแข็ง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ต้องเป็นไก่เต็มตัว หมายถึง มีหัว ตัว ขา ปีก มีความหมายถึง ความสมบูรณ์
  • เป็ด หมายถึง สิ่งบริสุทธิ์ ความสะอาด ความสามารถอันหลากหลาย
  • ปลา หมายถึง เหลือกินเหลือใช้ อุดมสมบูรณ์
  • หมู หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้
  • ปลาหมึก หมายถึง เหลือกิน เหลือใช้ (เหมือนปลา)
  • บะหมี่ยาว หรือหมี่ซั่ว หรือ ฉางโซ่วเมี่ยน ตามชื่อหมายถึง อายุยืนยาว
  • เม็ดบัว หมายถึง การมีบุตรชายจำนวนมาก
  • ถั่วตัด หมายถึง แท่งเงิน
  • สาหร่ายทะเลสีดำ หมายถึง ความมั่งคั่งร่ำรวย
  • หน่อไม้ หมายถึง การอวยพรให้ร่ำรวยผาสุก
  • กล้วย หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และขอให้มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง
  • แอปเปิล หมายถึง ความสันติสุข สันติภาพ
  • สาลี่ หมายถึง โชคลาภมาถึง (ควรระวังไม่นิยมไหว้บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติ)
  • ส้มสีทอง หมายถึง ความสวัสดีมหามงคล
  • องุ่น หมายถึง ความเพิ่มพูน 
สิ่งที่ต้องระวังคือ "เต้าหู้ขาว" ซึ่งแม้จะเป็นอาหารที่ชาวจีนนิยมรับประทาน แต่ชาวจีนจะไม่นำเต้าหู้ขาวมาใช้เป็นของไหว้ตรุษจีนเด็ดขาด เพราะสีขาวเป็นสีสำหรับงานโศกเศร้า ไม่เหมาะกับวันตรุษจีนซึ่งเป็นวันมงคล

นอกจากอาหารคาวและผลไม้ชาวจีนก็ยังนิยมใช้ขนมหวานไหว้ตรุษจีนด้วย ขนมหวานที่พบบ่อยในการไหว้ตรุษจีน คือ
  • ขนมเข่ง คือ ความหวานชื่น ราบรื่นในชีวิต ขนมเข่งที่ใส่ในชะลอม หมายถึง ความหวานชื่นอันสมบูรณ์
  • ขนมเทียน คือ เป็นขนมที่ปรับปรุงขึ้นจากชาวจีนโพ้นแผ่นดินดัดแปลงมาจากขนมท้องถิ่นของไทย จากขนมใส่ไส้เปลี่ยนจากแป้งข้าวเจ้าผสมกะทิมาเป็นแป้งข้าวเหนียวแทน มีความหมายหวานชื่น ราบรื่น รูปลักษณ์เป็นกรวยแหลมมีลักษณะเป็นมงคลเหมือนเจดีย์
  • ขนมไข่ คือ ความเจริญเติบโต
  • ขนมถ้วยฟู คือ ความเพิ่มพูนรุ่งเรือง เฟื่องฟู
  • ขนมสาลี่ คือ รุ่งเรือง เฟื่องฟู
  • ซาลาเปา หรือ หมั่นโถว คือ ไหว้เพื่อให้เปาไช้ แปลว่าห่อโชค
  • จันอับ (จั๋งอั๊บ) หมายถึง ปิ่นโต หมายถึงความหวานที่เพิ่มพูน มีความสุขตลอดไป









สิ่งควรทำในวันตรุษจีน
วันตรุษจีน คือวันปีใหม่ ควรกระทำสิ่งดีๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล ต่อไปนี้
  1. ไหว้เจ้าที่ ไหว้บรรพบุรุษ ไหว้ผีไม่มีญาติ
  2. ทำพิธีรับไฉ่ซิ้งเอี้ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ
  3. ประดับตุ๊ยเลี้ยง (คำกลอนอวยพรปีใหม่) ในบ้าน
  4. กินเจในมื้อแรกของวันตรุษจีน เพราะเชื่อว่าจะได้บุญเหมือนกับการกินเจตลอดปี 
  5. ใส่เสื้อผ้าใหม่ ๆ สีสันสดใส โดยเฉพาะสีแดง สีทอง ซึ่งเป็นสีแห่งความสุข และความมงคล แต่ควรงดใส่สีขาวและดำ ที่แสดงถึงความโศกเศร้า
  6. รวมญาติกินเกี๊ยว ซึ่งเกี๊ยวนี้จะต้องพับเป็นก้อนให้เหมือน "เงิน" ของจีน แทนความหมายว่า มั่งมีเงินทอง
  7. นำส้ม 4 ผล ไปกราบขอพรผู้ใหญ่ โดยเจ้าของบ้านจะต้องรับส้มที่มีคนนำมาอวยพรไว้ 2 ผล และนำส้มที่ตัวเองเตรียมไว้ วางคืนลง 2 ผล พร้อมกับเตรียมเมล็ดแตงโมย้อมสีแดงไว้ 1 พาน และสมอจีนไว้รับแขกที่มาอวยพรด้วย
  8. รับอั่งเปา และแต๊ะเอีย จากญาติผู้ใหญ่ อันเป็นการอวยพรให้เด็ก ๆ เจริญเติบโตแข็งแรง มีโชคลาภ 

ข้อห้าม-สิ่งที่ไม่ควรทำในวันตรุษจีน
เมื่อมีสิ่งที่ควรทำเพื่อสิริมงคลแล้ว ก็มีสิ่งต้องห้ามที่ชาวจีนถือปฏิบัติ ไม่ทำในช่วงปีใหม่จีนด้วยเช่นกัน ดังนี้

  1. ห้ามทำความสะอาดบ้านในวันตรุษจีน เพราะคนจีนเชื่อการกวาดบ้านเท่ากับกวาดเงินทอง โชคลาภ ออกจากบ้านไป ดังนั้นต้องรีบทำความสะอาดบ้านให้เสร็จสิ้นก่อนถึงวันตรุษจีน
  2. ห้ามสระผมหรือตัดผม เพราะคำว่า "ผม" พ้องเสียงและพ้องรูปกับคำว่า "มั่งคั่ง" ในภาษาจีน ดังนั้นการสระหรือตัดผมในวันตรุษจีน จึงเหมือนกับการนำความมั่งคั่งออกไป
  3. ห้ามพูดคำหยาบ ไม่ว่าจะเป็นคำที่มีความหมายไม่ดี ความตาย เรื่องผี รวมทั้งเลข 4 ที่ออกเสียงคล้ายกับคำว่า "ตาย" ในภาษาจีน นอกจากนี้ ต้องไม่ทะเลาะกันในวันนี้ด้วย
  4. ห้ามกินโจ๊กและเนื้อสัตว์ เนื่องจากเชื่อว่าอาหารที่คนจนจะทานในตอนเช้า ส่วนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์นั้น ก็เพราะเชื่อกันว่าเทพเจ้าที่ลงมาในตอนเช้าของวันตรุษจีนนั้นเป็นมังสวิรัติ
  5. ห้ามซักผ้าในวันตรุษจีน เพราะคนจีนเชื่อว่าเทพเจ้าแห่งน้ำเกิดในวันตรุษจีน ดังนั้นการซักผ้าในวันตรุษจีนจึงเปรียบเสมือนการลบหลู่ท่าน
  6. ห้ามใส่ชุดขาวดำ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความตาย เปรียบเสมือนลางร้าย
  7. ห้ามให้ยืมเงิน โดยเชื่อว่าจะทำให้มีคนมาขอยืมเงินตลอดทั้งปี ส่วนใครที่ติดหนี้คนอื่นไว้ ก็ควรคืนให้หมดก่อนวันตรุษจีน เพราะไม่เช่นนั้นอาจมีหนี้สินตลอดปี
  8. ห้ามทำของแตก เพราะหมายถึงลางร้ายที่บอกว่าครอบครัวจะแตกแยก หรือมีคนเสียชีวิตในครอบครัว ดังนั้นในวันนี้ จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษไม่ให้สิ่งของในบ้านแตกหรือชำรุดเสียหาย
  9. ห้ามซื้อรองเท้าใหม่ เพราะคำว่า "รองเท้า" ในภาษาจีนออกเสียงว่า Hai ซึ่งเป็นเสียงคล้ายกับการถอนหายใจ ถือเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นปีที่ไม่ดี
  10. ห้ามร้องไห้ จะทำให้พบกับเรื่องไม่ดี และเสียใจไปตลอดทั้งปี ดังนั้นถ้าเด็กดื้อก็ต้องปล่อยไปหนึ่งวัน ห้ามตีเด็กให้ร้องไห้ในวันนี้
  11. ห้ามใช้ของมีคม นั่นเพราะชาวจีนเชื่อว่า การใช้ของมีคมตัดสิ่งของ จะเป็นการตัดโชคดีไปด้วย
  12. ห้ามเข้าไปในห้องนอนคนอื่น เพราะเชื่อกันว่าเป็นการนำพาความโชคร้ายเข้ามา
อั่งเปา ต่างจาก แต๊ะเอีย อย่างไร

 
เด็กๆ ได้ยิ้มแก้มปริ เพราะจะได้รับเงินจากญาติผู้ใหญ่ในวันตรุษจีน แต่บางบ้านก็ใช้คำว่า "แต๊ะเอีย" บางบ้านก็เรียกว่า "อั่งเปา"

"อั่งเปา" หมายถึง ซองสีแดง ซึ่งสีแดงถือเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความเป็นมงคล ความมีชีวิตชีวา และความโชคดีของชาวจีนอยู่แล้ว ดังนั้น ชาวจีนมักจะใส่เงิน หรือธนบัตรลงในซองแดง เพื่อนำมามอบให้คนรู้จัก หรืออาจจะแลกเปลี่ยนกันเองในหมู่ญาติพี่น้องก็ได้

"แต๊ะเอีย" มีที่มาจากสมัยโบราณ โดย "แต๊ะ" แปลว่า ทับ หรือ กด ส่วน "เอีย" แปลว่า เอว เมื่อรวมกัน "แต๊ะเอีย" ก็หมายถึง "ของที่มากดหรือทับเอว" หรือ "ผูกไว้ที่เอว" เนื่องจากคนจีนสมัยก่อนจะใช้เงินเหรียญที่มีรูอยู่ตรงกลาง เมื่อถึงเทศกาลตรุษจีน ผู้ให้ก็จะนำเชือกสีแดงมาร้อยเหรียญไว้ แล้วมอบให้ผู้รับ ทีนี้ผู้รับก็จะนำพวงเหรียญนี้มาผูกไว้ที่เอว เรียกว่า "แต๊ะเอีย" นั่นเอง แต่ปัจจุบันไม่มีการใช้เงินเหรียญที่มีรูตรงกลางแล้ว "แต๊ะเอีย" จึงมีความหมายถึง "สิ่งของ" หรือ "เงิน" ที่ใส่ไว้ในซองสีแดง


ทำไมต้องจุดประทัดและเชิดสิงโตในวันตรุษจีน ?
มีตำนานกล่าวว่า สมัยก่อนมีปีศาจตนหนึ่งอาศัยอยู่บนภูเขาออกมาอาละวาดจับมนุษย์ วัว ควาย กินเป็นอาหาร ภายหลังมนุษย์พบว่าปีศาจตนนี้กลัวไฟ เสียงปัง และสีแดง จึงพากันจุดประทัด และติดโคมไฟสีแดงไว้หน้าบ้าน เพื่อขับไล่ปีศาจ และถึงแม้ว่าปัจจุบันจะไม่มีใครเชื่อเรื่องปีศาจกันแล้วก็ตาม แต่ตำนานเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ ชาวจีนจึงยังคงแขวนโคมสีแดงไว้หน้าบ้าน นั่งดูโทรทัศน์กับครอบครัวเพื่อต้อนรับวันใหม่พร้อมกัน

ส่วนการเชิดสิงโตนั้น มีบันทึกของราชวงศ์ทางตอนเหนือและทางตอนใต้ของจีน ในช่วงี พ.ศ. 805 และ พ.ศ. 1132 ระบุว่า ชาวบ้านนำหัวสิงโตมาสวมใส่และเชิดเพื่อไล่ผีร้ายที่ลงมากินผู้ชายและสัตว์เลี้ยง กลายเป็นความเชื่อที่ว่าหากเชิดสิงโตแล้วจะสามารถไล่ภูตผีปีศาจได้ จึงปฏิบัติกันเป็นประเพณีสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน แม้ความเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจจะหมดไปแล้วก็ตาม

คำอวยพรตรุษจีน ตัวอย่างง่าย ๆ ที่คนนิยมใช้กัน
ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เรามักได้ยินคำอวยพรที่ว่า "ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้"
มีประโยคอื่นๆ ที่ใช้อวยพรด้วยเช่นกัน ได้แก่
  • ซินเหนียนไคว่เล่อ ... ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่
  • กงเฮ่อซินเหนียน ... สุขสันต์วันปีใหม่
  • ต้าจี๋ต้าลี่ ... ค้าขายได้กำไร
  • เจาไฉจิ้นเป่า ... เงินทองไหลมาเทมา ทรัพย์สมบัติไหลเข้าบ้าน
  • จินอวี้หม่านถัง ... ร่ำรวยเงินทอง ทองหยกเต็มบ้าน
  • ไฉหยวนกว่างจิ้น ... เงินทองไหลมาเทมา
  • เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ ... เหลือกินเหลือใช้ทุกปี
  • ฝูโซ่วว่านว่านเหนียน ... อายุยืนหมื่น ๆ ปี
  • หลงหม่าจินเสิน ... สุขภาพแข็งแรง
  • ห่าว ยวิ่น เหนียนเหนียน ...โชคดีตลอดไป


การจัดโต๊ะไหว้เจ้า

YouTube Video


การจัดวางกระถางธูปและถ้วยข้าว

YouTube Video


กระดาษไหว้วันตรุษจีน

YouTube Video


การเผากระดาษเงินกระดาษทอง

YouTube Video


ขอบคุณ จิตรา ก่อนันทเกียรติ จาก YouTube