อะลุ่มอล่วย


บนขบวนรถไฟสายหนึ่ง พนักงานเก็บตั๋วสาวสวย กำลังยืนจ้องชายแต่งตัวปอนๆ เหมือนกรรมกรชนชั้นแรงงาน วัยกลางคน
“ตรวจตั๋ว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเชิดสูง

เขารีบคลำหาตั๋วที่กระเป๋าเสื้อและกระเป๋ากางเกง เมื่อเจอตั๋วก็ส่งให้ เธอมองเขาด้วยสีหน้ายิ้มเยาะ “นี่มันตั๋วเด็กนี่นา”

ชายวัยกลางคนหน้าแดงด้วยความอาย พูดออกมาด้วยเสียงสลดว่า “ตั๋วเด็กกับตั๋วคนพิการไม่ใช่ราคาเดียวกันหรือครับ"
เธอมองเขาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “คุณเป็นคนพิการเหรอ” น้ำเสียงยังคงเชิดสูง “เอาบัตรประตัวคนพิการออกมาให้ฉันดูหน่อยสิ” ประโยคนี้ของเธอ ทำให้เขาร้อนรนขึ้นมาทันที

“เอ่อ ผมไม่มีบัตรคนพิการครับ ตอนที่ซื้อตั๋ว คุณเจ้าหน้าที่บอกผมว่าเมื่อไม่มีบัตรคนพิการ ก็จะออกตั๋วเด็กให้ครับ”
เธอหัวเราะหึหึในลำคอ “เมื่อไม่มีบัตรประจำตัวผู้พิการ แล้วเอาอะไรมายืนยันว่าคุณเป็นคนพิการล่ะ”

เขาไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ถลกขากางเกงให้เธอเห็นถึงขาที่ขาดไปข้างหนึ่ง
“ฉันต้องการบัตรยืนยัน ว่าคุณเป็นคนพิการจริง” เธอพูดออกมาทั้งที่เห็นว่าเขาขาขาด เขามองเธออย่างวิงวอนขอความเห็นใจ
“ทะเบียนบ้านผมไม่ได้อยู่ที่นี่ ทางการก็เลยไม่ออกบัตรให้กับผม ผมทำงานที่โรงงานเล็กๆ พอเกิดเรื่อง เจ้านายก็หายหน้าไปไม่รับผิดชอบ ผมไม่มีเงินไปรักษาที่โรงพยาบาล ก็เลยไม่มีหลักฐานยืนยันครับ”

เธอกระแทกเสียงใส่ว่า “เราต้องการหลักฐานยืนยันเท่านั้น หากคุณมีบัตรคนพิการยืนยัน คุณก็ไม่ต้องตีตั๋วเพิ่ม หากไม่มี คุณต้องทำตามกฎ”

ชายวัยกลางคนลุกลี้ลุกลน เขาไม่มีเงินพอที่จะซื้อตั๋วเพิ่มได้ เขาพูดกับเจ้าหน้าที่ชายด้วยเสียงสะอื้น
“ตั้งแต่ผมถูกเครื่องจักรตัดขา ผมก็ไม่ได้ทำงานอีกเลย ผมไม่มีเงิน ส่วนตั๋วเด็กใบนี้ เพื่อนๆ ก็รวมเงินกันซื้อให้ผม ขอความกรุณาถือว่าทำทานกับคนพิการเถอะครับ”
“ไม่ได้หรอก กฎก็ต้องเป็นกฎ” เธอยืนยันคำเดิม

ชายชราที่นั่งตรงข้าม ที่ดูอยู่เป็นเวลานาน ก็ทนไม่ได้ เขายืนขึ้นจ้องมองไปที่เธอด้วยสายตารังเกียจ
“คุณเป็นผู้หญิงหรือเปล่า” ชายชราถามออกไป “มันเกี่ยวอะไรกับฉันเป็นผู้หญิงหรือไม่เป็นผู้หญิง” เธอถามออกไปแบบไม่เข้าใจ
“ก็บอกผมมาสิ ว่าคุณเป็นผู้หญิงหรือเปล่า” ชายชราเริ่มเสียงดัง

“ฉันก็เป็นผู้หญิงนะสิถามได้” เธอตอบเสียงดังออกไปเหมือนกัน
“แล้วคุณเอาอะไรมายืนยันว่าคุณเป็นผู้หญิง ผมของดูหลักฐานที่ยืนยันว่าคุณเป็นผู้หญิงให้ทุกคนบนรถนี้ดูหน่อยได้ไหม”
เสียงหัวเราะของผู้โดยสารก็ดังขึ้น เธอมองชายชราอย่างงงๆ แล้วพูดว่า “คุณก็รู้ ฉันเป็นผู้หญิง ฉันจะเป็นผู้หญิงปลอมได้ยังไง”

ชายชราส่ายหน้าไปมา “ผมก็เหมือนคุณ ผมต้องการบัตรยืนยันว่าคุณเป็นผู้หญิง มีบัตรยืนยันถึงเป็นผู้หญิงแท้ ไม่มีบัตรยืนยันคุณก็ไม่ใช่ผู้หญิงจริง”
เธอได้ฟังก็ปรี๊ดแตก พูดออกมาด้วยเสียงอันแหลมเล็กว่า “หน๊อย ตาแก่ พูดให้ดีๆ นะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงได้ยังไงห๊า”
คนทั้งขบวนหัวเราะพร้อมกันขึ้นมาอีกครั้ง ยกเว้นชายขาพิการ เขาได้แต่นิ่งมองการสนทนาของชายชราและเจ้าหน้าที่ แล้วจู่ๆ น้ำตาเขาก็ไหลอาบแก้ม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขารู้สึกอดสูใจ หรือซาบซึ้ง หรือเคียดแค้นชิงชัง

บทสรุป

น้ำเอ๋ยน้ำใจ อลุ่มอะหล่วยกันได้ ก็ควรมอบให้กัน อย่าให้กฎระเบียบบดบังมโนธรรม หัวโขนที่สวมใส่อยู่นี้ไม่อยู่กับเราตลอดไป จงเอาใจเขามาใส่ใจเรา เคารพเขา เขาย่อมเคารพเรา