ท่าทีกับความสำเร็จ


เด็กสาวคนหนึ่งไปสมัครงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง เธอเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัย เธอถูกปฏิเสธตอนสอบสัมภาษณ์ด่านแรก ด้วยเหตุผลที่ว่า เธอยังเด็กเกินไป

“บริษัทต้องการพนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์และวุฒิภาวะที่มากพอ แต่คุณอายุน้อยเกินไป” เจ้าหน้าที่กล่าวกับเธอ
“ขอโอกาสให้ดิฉันได้สอบข้อเขียนได้ไหมคะ ดิฉันขอร้องนะคะ” เธอพยายามอ้อนวอนเจ้าหน้าที่คุมสอบด้วยท่าทีที่มุ่งมั่น เจ้าหน้าที่คุมสอบจึงอนุญาตให้เธอได้ลองสอบข้อเขียน ปรากฏว่าเธอสอบผ่าน และต้องเจอสอบสัมภาษณ์รอบสองจากผู้จัดการฝ่ายบุคคล

ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเห็นผลการสอบข้อเขียนของเธอ ก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเธอสอบได้คะแนนสูงสุด แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เธอเด็กเกินไป จึงทำให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เธอบอกความจริงกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลว่า เธอไม่เคยผ่านงานจากที่ไหนมาเลย ประสบการณ์ที่เธอมี คือ หน้าที่ฝ่ายการเงินของกลุ่มนักศึกษาในมหาลัยเท่านั้นเอง

เมื่อผู้จัดการฝ่ายบุคคลได้ฟัง ก็ตัดสินใจไม่รับเธอเข้าทำงาน
“บริษัทจะให้รับนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่มาทำงานหน้าที่พนักงานบัญชีได้อย่างไร” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลคิดในใจ จากนั้นก็กล่าวกับนักศึกษาจบใหม่ว่า
“วันนี้ฉันขอสัมภาษณ์เธอเพียงเท่านี้ก่อน หากมีความคืบหน้าอะไร เดี๋ยวฉันจะโทรไปบอกเธอเองนะ”

เธอยืนขึ้น จากนั้นก็โค้งคำนับให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคล เธอล้วงมือหยิบเหรียญสองเหรียญขึ้นมา แล้วยื่นให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลด้วยสองมือ
“ไม่ว่าบริษัทจะรับดิฉันเข้าทำงานหรือไม่ ขอความกรุณาโทรไปบอกดิฉันด้วยเถอะค่ะ”

ผู้จัดการฝ่ายบุคคลไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้จากผู้สมัครงาน เลยนั่งงงอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วเธอก็ถามนักศึกษาจบใหม่ว่า “เธอรู้ได้ยังไงว่าเราจะไม่โทรแจ้งคนที่เราไม่รับเข้าทำงาน?”
“เมื่อกี้คุณบอกว่า หากมีความคืบหน้าอะไรถึงจะโทรบอก ประโยคนี้หมายความว่า หากใครไม่ได้รับโทรศัพท์ก็แปลว่าไม่ได้งาน” เธอตอบออกไป

ผู้จัดการยิ่งรู้สึกถูกชะตากับนักศึกษาใหม่เป็นรอบที่ 2
“หากเราไม่รับเธอเข้าทำงาน แล้วเธอต้องการให้เราโทรหาเพื่ออะไร?”
“กรุณาบอกดิฉันว่าดิฉันบกพร่องหรือด้อยในส่วนไหน ดิฉันจะทำการแก้ไขเพื่อให้ตัวเองมีพร้อมในเงื่อนไขที่บริษัทต้องการค่ะ”
“ส่วนเงินสองเหรียญนี้” เธอยิ้มน้อยๆ
“ดิฉันรู้ว่าบริษัทไม่มีนโยบายโทรแจ้งคนที่สอบไม่ผ่าน ดิฉันจึงขอเป็นคนจ่ายค่าโทรเองค่ะ”
ผู้จัดการยิ้มให้กับคำตอบของเธอ
“เก็บเงินของเธอไว้เถอะ เพราะฉันจะไม่โทรหาเธอ ตอนนี้ฉันขอถามเธอว่า เธอพร้อมที่จะเริ่มงานกับเราได้เมื่อไหร่?”

เหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้หลายคนสงสัยว่าเหตุใดผู้จัดการฝ่ายบุคคลจึงรับนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่เข้ามาทำงาน
ในการประชุมวางแผนครั้งแรก ผู้จัดการได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า

เธอถูกปฏิเสธตั้งแต่ตอนสอบสัมภาษณ์ครั้งแรก แต่เธอกลับขอลองสอบข้อเขียน นี่แสดงว่าเธอเป็นคนที่มีความมั่นคงเด็ดเดี่ยว งานบัญชีเป็นงานที่ซับซ้อนและน่าปวดหัว คนที่มีความอดทนน้อย และไม่แน่วแน่พอ ก็ยากที่จะทำงานในส่วนนี้ได้ ที่เธอบอกความจริงว่าเธอไม่มีประสบการณ์ แปลว่าเธอเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์ นี่เป็นข้อสำคัญของคนที่จะต้องรับผิดชอบการเงินการบัญชี แม้เธอจะรู้ว่าตัวเองถูกปฏิเสธ แต่เธอยังต้องการคำประเมินจากบริษัท นี่แสดงว่าเธอกล้าพอที่จะยอมรับความจริง กล้าแบกรับหน้าที่และกล้าที่จะใฝ่หาความก้าวหน้า พนักงานคนใดบ้างในบริษัทที่ไม่เคยพบกับการทำงานผิดพลาด และไม่มีใครทำงานได้สมบูรณ์โดยไร้ที่ติ เรารับได้หากพนักงานทำงานแล้วพลาด แต่เรารับไม่ได้กับพนักงานที่ไม่คิดที่จะก้าวหน้า เราต้องการพนักงานที่ก้าวหน้าไปพร้อมกับบริษัท เธอยินดีจ่ายค่าโทรเอง นั่นแปลว่า เธอรู้ว่าอะไรคือส่วนตัวอะไรคือส่วนรวม เธอมีความเด็ดเดี่ยว มีความซื่อสัตย์ มีความกล้าแบกรับภาระหน้าที่ มีความใฝ่ก้าวหน้า รู้ว่าอะไรคือส่วนรวมอะไรคือส่วนตัว นี่คือทัศนะคติที่บริษัทต้องการจากพนักงานทุกคน ไม่มีประสบการณ์ แต่สามารถฝึกฝนกันได้ บริษัทขอฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่อย่างพวกคุณ”

สรุป

โอกาส มิใช่การรอให้ใครหยิบยื่นให้ แต่เป็นความพยายามของตนเองที่จะไขว่คว้า หากรอคอยโอกาสด้วยหมดอาลัยตายอยาก หรือหวังผลดลบันดาล โอกาสจะมาถึงเราได้อย่างไร

นอกจากตนเองจะมีศักยภาพที่เพียบพร้อมแล้ว ต้องมีเจ้านายที่มีสายตาอันแหลมคม เหมือนเพชรเม็ดงาม ที่เดิมเป็นเพียงหินชนิดหนึ่ง แต่เมื่อผ่านสายตาของผู้เชี่ยวชาญ ทำการผ่าหินก้อนนี้ออกและนำมาเจียรนัย ประกายความสวยงามของเพชรก็ปรากฏให้ผู้คนได้ชื่นชม