เรียนอะไรดี

เรียนอะไรดี

การพูดคุย ระหว่างพ่อกับลูก ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ว่าจะเรียนคณะใด

ลูก : พ่อครับ ผมจะเลือกเรียนคณะไหนดี ที่จบออกมาแล้วมีงานดีดีทำ

พ่อ : ชอบอะไรก็เรียนอันนั้น เพราะสิ่งที่ลูกชอบกับสิ่งที่ลูกเรียนมันจะอยู่กับลูกไปตลอดชีวิต ลูกคือคนตัดสินใจ ไม่ต้องห่วงว่าจบแล้วจะมีงานทำแบบไหน เพราะไม่มีงานใดต่ำ ถ้าทำด้วยใจสูง

ลูก : แต่ญาติๆ ก็อยากให้ผมเรียนหมอกันทั้งนั้น มีทั้งเงิน ทั้งเกียรติยศ สังคมก็ยอมรับว่าเป็นอาชีพติดอันดับ แต่ผมก็ไม่อยากเป็นเท่าไหร่

พ่อ : งั้นลูกคิดว่าอะไรสำคัญที่สุดในโลกนี้

ลูก : ไม่รู้ซิพ่อ

พ่อ : น้ำหยดเล็กๆ ทำให้เกิดผืนป่า ป่าย่อยๆ ช่วยฟอกอากาศให้สดชื่น อากาศทำให้เกิดสิ่งมีชีวิต ชีวิตมนุษย์พักพิงอยู่บนผืนแผ่นดิน แม้แต่จุลินทรีย์ที่ดูไร้ค่า มันยังช่วยย่อยสลายสิ่งต่างๆ ให้เกิดสมดุล

พ่อเองก็ไม่รู้ ว่าสิ่งไหนสำคัญที่สุด รู้เพียงว่าถ้าขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป โลกใบนี้มันก็จะไม่เป็นโลกอีกต่อไป แล้วมันจะมีอาชีพไหนไหมที่ดีหรือสำคัญที่สุด มันอยู่ที่ตัวเราจะมองจะตัดสินใจต่างหาก อย่าตัดสินใจเพียงเพราะสังคมพากันไป

สิ่งที่ลูกควรทำคือ เรียนตามใจตัวเอง ไม่ต้องห่วงว่าจบออกแล้วจะทำอะไร เพราะไม่ว่าจะทำอะไรขอแค่ทำให้มันสุดๆ มันจะเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่เมื่อเราบอกใครๆ ได้ว่า “เราเก่งในสิ่งที่เราเป็น” แม้ว่าหน้าที่นั้นมันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยต้อยต่ำเพียงใดก็ตาม

อีกสิ่งหนึ่ง ที่พ่ออยากจะบอกลูกคือ อย่าดูถูกใครว่าโง่ หรือดูถูกอาชีพใดว่าต้อยต่ำ

โลกนี้ไม่มีคนโง่ เพราะ “ถ้าเราตัดสินปลาโดยใช้ความสามารถในการบินของนก ทั้งชีวิต ปลามันก็จะคิดว่ามันโง่”

หลังจากคุยกับพ่อเสร็จ ลูกก็ตัดสินใจได้ว่า สิ่งที่ต้องการเรียนในมหาวิทยาลัยคือสิ่งใด และได้เรียนรู้ว่า “ใจเราเป็นเช่นไร โลกก็จะเป็นเช่นนั้น"

ถ้าใจเราแคบโลกก็แคบ ถ้าใจเรากว้าง โลกก็กว้าง และถ้าใจเราสว่าง ต่อให้โลกมืด เราก็ยังคงเห็นเส้นทางเสมอ”

อย่าดูถูกใคร อย่าดูถูกอาชีพใด เพราะทุกสิ่งสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ถ้าขาดใครไป โลกนี้มันก็คงไม่น่าอยู่อีกต่อไป

โลกนี้ไม่เคยมีคน "ไร้ค่า" มีเพียงคนที่ "เห็น" หรือ "ไม่เห็น" คุณค่าในตนเอง และคุณค่าของกันและกัน เท่านั้น

"ก้อนดิน อาจมีค่ามากกว่าก้อนทอง เพราะทำให้ต้นไม้เติบโตได้"

- บางตอนจากหนังสือ "คิดต่าง สร้างใหม่"