พ่อแม่รังแกฉัน


พ่อแม่รังแกฉัน

" นี่แหละที่เขาเรียกว่า พ่อแม่รังแกฉัน คือจะบอกผู้ปกครองว่า เวลาครู เจษฎ์ ตรวจงาน อ่านทุกคำทุกประโยคที่นักเรียนเขียนมา บางวันตรวจไม่ทันต้องหอบกลับบ้านเป็นครึ่งคืน ลายมือลูกศิษย์เป็นอย่างไร แค่เห็นหน้าก็นึกลายมือออก แม้แต่บางท่านไม่เขียนให้ แต่ก็บอกให้เขียน ครูเจษฎ์ก็รู้ว่านั่นไม่ใช่ภาษาที่มาจากภูมิปัญญาของเด็ก ผมอุทิศตนเพื่อขัดเกลาลูกของท่าน แล้วท่านล่ะ?? "

ข้อความคุณครูเจษฏ์ แสงสุวรรณ์
โรงเรียนบ้านต้นไทร จ.ตรัง






พ่อแม่ แพ้ไม่เป็น
(พ่อแม่รักแกฉัน)


เมื่อ 2-3 เดือนก่อน มีการประกวดนางแบบตัวจิ๋วของผ้าอ้อมยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งได้รับความสนใจมากมาย คุณแม่จากทั่วประเทศพากันส่งรูปถ่ายเจ้าตัวเล็กเข้าประชันกว่า 12,000 คน

ในวันประกาศผล มี comment เยอะแยะใต้รูปผู้เข้ารอบ ส่วนใหญ่เป็นข้อความแสดงความยินดี และอีกส่วนหนึ่งที่แสดงความไม่พอใจกับผลการตัดสิน

"เด็กที่เข้ารอบไม่เห็นจะน่ารักเลย กรรมการใช้เกณฑ์อะไรตัดสิน"
"นี่ลูกเรายังไม่น่ารักพออีกเหรอ แล้วที่เข้ารอบ น่ารักกว่าลูกเราตรงไหน"
"ทำใจเถอะ ก็แค่การตลาด จะขายผลิตภัณฑ์ การตัดสินไม่เป็นธรรมขนาดนี้"

เชื่อได้ว่า คนที่ตกรอบก็แอบผิดหวังด้วยกันทุกคน เพราะ พ่อแม่ย่อมมองเห็นลูกตัวเองน่ารักสุดๆ ทั้งนั้น

แต่คนที่แสดงออกว่า "แพ้ไม่เป็น" นี่สิ น่าเป็นห่วง

ลูกจะซึมซับพฤติกรรมของพ่อแม่ ที่มีนิสัยไม่ยอมแพ้ และไม่เคารพกติกานี้ได้ง่ายยิ่งนัก พื้นฐานของเด็ก มักมองเห็นความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่อยู่แล้ว จึงมีความทะเยอทะยาน อยากได้ อยากชนะด้วยกันทุกคน เราจึงควรสอนให้เขารู้ว่า ชีวิตมี 2 ด้านเสมอ มีสุข-ทุกข์, มีสมหวัง-ผิดหวัง ดังนั้น เมื่อมีชนะ ก็ต้องมีแพ้ ไม่มีใครชนะตลอดไป

การพร่ำสอนแต่ปาก จะไม่มีทางสัมฤทธิ์ผล หากพ่อแม่ปฏิบัติตรงกันข้าม เนื่องด้วยสมองของเด็กยังไม่สามารถฟังและคิดอะไรที่เป็นนามธรรมได้ดีนัก พฤติกรรมส่วนหนึ่งจึงเกิดจากการเลียนแบบผู้ใหญ่

สำหรับการสอนให้เด็กรู้จัก "ยอมรับความพ่ายแพ้" มีได้หลายวิธี เช่น การเล่นกีฬาชนิดต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เขาเรียนรู้ที่จะแพ้-ชนะจน "ชิน" โดยไม่มองว่า ความพ่ายแพ้เป็นเรื่องน่าอับอาย

แต่ทั้งนี้ ต้องเหมาะสมทั้งเหตุการณ์ และพื้นฐานของเด็กด้วยเสมอ เด็กที่ต้นทุนความสามารถต่ำ และพ่ายแพ้อยู่ร่ำไป ก็ควรได้รับการกระตุ้น ให้เขาได้สัมผัสกับความภาคภูมิใจของการเป็นผู้ชนะบ้าง ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย จนเจ้าตัวเล็กรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า

อีกวิธีที่สำคัญมาก คือ การสอนให้ลูกรู้จัก "ชื่นชมคนอื่น" ซึ่งเป็นรากฐานของการเป็นคน "ใจกว้าง" และยอมรับความสามารถผู้อื่น อันจะนำไปสู่ความพยายามที่จะพัฒนาตนเอง เช่น "น้องโคชพูดภาษาอังกฤษเก่งมาก" แล้วก็ให้กำลังใจลูกน้อยว่า "ตอนนี้ถึงแม้น้องคิวจะยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้มากนัก แต่แม่ว่าฝึกฝนอีกหน่อย น้องคิวต้องเก่งขึ้นแน่นอนครับ"

ตอนลูกชายคนโตอายุ 11 เดือน มีคุณลุงที่รู้จักมักคุ้นเดินผ่านมาที่บ้าน "น้องฉัตรยังเดินไม่ได้อีกเหรอ สู้น้องพลก็ไม่ได้ เดินคล่องแล้ว"

ลองกลับไปทบทวนดู ว่าเราเผลอมีส่วนทำให้ลูก "แพ้ไม่เป็น" หรือเปล่า










พ่อแม่อยากให้ลูกตนเองได้ดี
แต่ชอบยกย่องลูกคนอื่น พวกนี้น่ากลัวมาก

"เห็นไหม ลูกข้างบ้านเขาเก่ง แล้วแก (ลูกชั้น) เป็นอะไร หือ"

แน่นอนว่า ลูกคุณคนนี้ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จ และมีความสุขยากมาก
แรงดันกดดันทางลบ จะสร้างความสำเร็จทางบวกไม่ได้เด็ดขาด