วันนี้ที่จำได้



เหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญ
ที่เกิดขึ้นในอดีต


สวัสดี ประเทศไทย

posted Jan 23, 2018, 2:57 AM by ธงชัย สิทธิกรณ์

สวัสดี
เป็นคำทักทายของคนไทย ใช้กล่าวเมื่อมาพบกันครั้งแรก หรือบอกลาเมื่อจากกัน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายว่า สวัสดี หมายถึง ความดี ความงาม ความเจริญรุ่งเรือง และความปลอดภัย

สวัสดี เริ่มใช้เป็นครั้งแรก ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ที่ริเริ่มใช้คือ อาจารย์ พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) โดยท่านพิจารณามาจาก "สวัสติ" ในภาษาสันสกฤต หลังจากนั้น วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2486 จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี (ในสมัยนั้น) เห็นชอบให้ใช้คำว่า "สวัสดี" เป็นคำทักทายอย่างเป็นทางการ

สุกียากี้ เพลงดังสะท้านโลก

posted Jun 24, 2017, 6:54 PM by ธงชัย สิทธิกรณ์   [ updated Jan 23, 2018, 2:44 AM ]

มิถุนายน พ.ศ.2506 (ค.ศ.1963) เพลงสุกี้ยากี้ ขึ้นติดอันดับ 1 บิลบอร์ด ของสหรัฐอเมริกา และโด่งดังไปทั่วโลก

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เมื่อปี พ.ศ. 2488 (ค.ศ.1945) หลังญี่ป่นยอมรับการพ่ายแพ้ กองทัพอเมริกันเข้ายึดครองการบริหารจัดการ และล้มล้างกองทัพทั้งหมดของญี่ปุ่น โดยกองทัพ อเมริกันร่วมทำหน้าที่ป้องกันประเทศญี่ปุ่นด้วย

กระทั่งถึงปลายปี พ.ศ.2493 (ค.ศ.1950) รัฐสภาไดเอะของญี่ปุ่น ประชุมเพื่อจะต่อสัญญาให้กองทัพอเมริกันต่อไป ท่ามกลางการเดินขบวนคัดค้านของชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แต่ก็ไม่เป็นผล รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจต่อสัญญาให้กองทัพอเมริกัน ให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับความมั่นคงต่อไป

เรียวกุสุเกะ อิเอะ ที่ร่วมประท้วงในครั้งนั้น กลับบ้านด้วยความผิดหวัง ขมขื่นใจ และเขาได้แต่งเพลง ที่ต่อมาได้โด่งดังไปทั่วโลก 

หนุ่มชาวอังกฤษ เดินทางไปญี่ปุ่น และได้ยินเพลงภาษาญี่ปุ่นนี้ และเมื่อได้ฟังเขาไม่เข้าใจความมาย แต่ชมชอบในเมโลดี้และทำนองของเพลง และติดใจเพลงนี้ เหมือนกับที่เขาชอบอาหารญี่ปุ่นเมนูสุกียากี้ เมื่อกลับถึงอังกฤษ เขาเอาเพลงนี้ไปเปิด โดยตั้งชื่อเพลงนี้ว่า สุกี้ยากี้ ซึ่งเป็นอาหารที่เขาชอบ นั่นเอง เมื่อคนเปิดเพลง ชาวอเมริกัน (DJ: Disc Jockey) ได้ยินเพลงนี้จากอังกฤษ ก็นำไปเปิดเผยแพร่ในอเมริกา จนเป็นที่ติดหูชาวอเมริกัน ที่ชมชอบในเมโลดี้และทำนองเพลงเช่นกัน

มิถุนายน ปี 2506 เพลง สุกี้ยากี้ คือเพลงที่ขึ้นอันดับ1 บิลบอร์ด ของอเมริกา และโด่งดังไปทั่วโลก พร้อมกับชื่อ นักร้องหนุ่ม เคียว ซากาโมโต้ เพลงที่แสดงออกถึง ความขื่นขม แต่ก็แฝงความหวังในอนาคต หาใช่เพลงรักหวานซึ้งของหนุ่มสาวแต่อย่างใด


การล่มสลายราชวงศ์ชิง

posted Jun 24, 2017, 6:11 PM by ธงชัย สิทธิกรณ์   [ updated Jun 24, 2017, 6:14 PM ]

การล่มสลายของราชวงศ์ชิงใน พ.ศ. 2454 ถือเป็นการสิ้นสุดของประวัติศาสตร์การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในจีน ที่ยาวนานมากว่า 2,000 ปี

ในทางพุทธ เราเชื่อว่าสรรพสิ่งล้วน อนิจจัง หมายถึง สภาวะธรรมที่มีอยู่จริง เป็นความไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง ไม่แน่นอน หรือ ตั้งอยู่ในสภาวะเดิมได้ยาก ถือเป็นองค์ประกอบ 1 ใน 3 ประการของ ไตรลักษณ์ (ลักษณะธรรมชาติที่ไม่แน่นอน 3 ประการ)

ในทางการปกครอง การบริหารจัดการที่ล่มสลายล้วนมีที่มาเหมือนกัน 3 ประการเช่นกัน คือ

1) ความแตกแยกในสังคม
2) ผู้นำไม่เข้มแข็ง
3) ถูกแทรกแทรงจากผู้มีอำนาจ หรือเรียกสั้นๆ ว่า "ขาดความสามัคคี" นั่นเอง

ลือชัย พระเอกเล็บครุฑ ถึงแก่กรรม

posted Jun 21, 2017, 4:43 PM by ธงชัย สิทธิกรณ์   [ updated Jun 21, 2017, 4:44 PM ]

ลือชัย นฤนาท (พิชัย จิตตรีขันธ์)  พระเอกตุ๊กตาทองคนแรกของประเทศไทย (เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2500) ผู้รับบทบาท ชีพ ชูชัย ในภาพยนต์ เรื่อง เล็บครุฑ  ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ศิริอายุ 85 ปี

5 พฤษภาคม 2493 เริ่มต้นวันฉัตรมงคล

posted May 4, 2017, 9:00 PM by ธงชัย สิทธิกรณ์   [ updated May 4, 2017, 9:08 PM ]



ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

วันที่ 5 พฤษภาคม 2493 วันที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงขึ้นครองราช และถือเป็นวันหยุดราชการ
กระทั่งพระองค์ท่านเสด็จสวรรคต ในปี พ.ศ. 2559 

ดังนั้น ปี พ.ศ. 2560 จึงเป็นปีแรก ที่วันที่ 5 พฤษภาคม จะไม่ได้เป็นวันหยุดราชการ เฉกเช่นเมื่อ 70 ปี ที่ผ่านมา

22 มี.ค. วันน้ำโลก

posted Mar 21, 2016, 8:15 PM by ธงชัย สิทธิกรณ์   [ updated Mar 21, 2016, 8:18 PM ]

แม้ว่าพื้นที่ 2 ใน 3 ของโลกจะเป็นน้ำ แต่ส่วนใหญ่เป็นน้ำเค็มที่พบได้ในทะเลและมหาสมุทร คิดเป็นร้อยละ 97.5 ส่วนอีกร้อยละ 2.5 เป็นน้ำจืด และส่วนใหญ่เป็นน้ำแข็งบริเวณแอนตาร์กติกาและกรีนแลนด์ รวมไปถึงน้ำใต้ดินที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ด้วย

แหล่งน้ำจืดที่นำมาดื่มกินและนำมาใช้ประโยชน์ จึงได้มาจากทะเลสาป อ่างเก็บน้ำ แม่น้ำ และสำธาร ซึ่งมีจำนวนเพียงร้อยละ 0.26 ของน้ำจืดที่มีอยู่ทั้งหมด และน้ำจืดในปริมาณดังกล่าว ยังมีส่วนหนึ่งที่อยู่ในสภาพปนเปื้อนและมีสารพิษ ต้องทำการบำบัดก่อนนำมาใช้อีกด้วย ในปัจจุบัน มีประชาชนเกือบ 1,400 ล้านคน ทั่วโลก ที่ขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับบริโภค

จากการที่น้ำจืดของโลกขาดแคลนมากขึ้น ในปี พ.ศ.2535 สมัชชาสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปีเป็น “วันน้ำของโลก” หรือ “World Day for Water” โดยเริ่มต้นในปี 2536 เป็นปีแรก และชักชวนให้ประเทศต่างรับเป็นวันสิ่งแวดล้อมของชาติ เพื่อระลึกถึงความสำคัญของน้ำ ซึ่งเป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลก อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในหมู่มวลมนุษยชาติในเรื่องการอนุรักษ์น้ำ ช่วยกันดูแล บำรุงรักษา การพัฒนาแหล่งน้ำ และจัดการทรัพยากรน้ำจืดอย่างยั่งยืนสำหรับอนาคต ตลอดจนดำเนินการตามข้อเสนอแนะของที่ประชุมสหประชาชาติปี 2535 ว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา หรือที่เรียกกันว่า Agenda 21

องค์การสหประชาชาติยังได้กำหนดนโยบายการจัดการแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน 5 ประการ ได้แก่
  1. การจัดการให้พื้นที่ที่มีความต้องการใช้น้ำมากที่แตกต่างกันได้มีโอกาสใช้น้ำอย่างเท่าเทียมกัน
  2. การอนุรักษ์แหล่งน้ำ โดยพัฒนาแหล่งน้ำให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อแหล่งน้ำ
  3. การควบคุมดูแลการใช้น้ำจากแหล่งต้นน้ำให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพและปริมาณการใช้น้ำของแหล่งปลายน้ำ
  4. การจัดการกับปัจจัยอื่นๆ โดยดูแลปัจจัยต่างๆ ที่อาจจะมีผลกระทบต่อแหล่งน้ำ
  5. การจัดการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามความเหมาะสม

12 สค. วันแม่แห่งชาติ

posted Aug 9, 2015, 2:16 AM by ธงชัย สิทธิกรณ์   [ updated Jun 21, 2017, 4:33 PM ]


12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ

ในปี ค.ศ. 1872 จูเลีย วอร์ด ฮาว (Julia Ward Howe) นักเคลื่อนไหวทางสังคมชาวบอสตัน สหรัฐอเมริกา ต้องการเรียกร้องสันติสุขจากการพบแม่ในวันแม่

ต่อมา มีผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส (Anna Marie Jarvis) คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าจะประสบความสำเร็จ แม่ของเธอเสียชีวิตครบ 2 ปีพอดี โดยในปี พ.ศ. 2457 (ค.ศ.1914) ประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และใช้ดอกคาร์เนชั่นเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ หากแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้าน หรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่หากแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว

วันแม่ในประเทศไทย

ในประเทศไทย มีการจัดงานวันแม่ครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2486 ณ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน แต่เนื่องจากเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไปโดยปริยาย หลังผ่านพ้นวิกฤติสงครามแล้ว หลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นให้มีวันแม่ขึ้น แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร มีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่หลายครั้ง แต่กำหนดวันแม่ที่ประชาชนนิยม และเป็นที่รับรองของรัฐบาล ฯพณฯจอมพล ป.พิบูลสงคราม คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 กำหนดงานวันแม่ เรียกว่า "วันแม่ของชาติ" ดำเนินงานต่อมาหลายปี แต่ก็ไม่ต่อเนื่อง

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ โดยให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็น "วันแม่แห่งชาติ" และกำหนดให้ดอกมะลิ สีขาวบริสุทธิ์ ที่ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย เป็นสัญลักษณ์วันแม่แห่งชาติ ตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา

ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 เริ่มมีการตั้งคำขวัญวันแม่แห่งชาติขึ้น และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อนำไปเผยแพร่เทิดพระคุณแม่ทั่วประเทศ

คำขวัญจากอดีต

  • 2558 คือ "ดินและน้ำ ลมและฟ้า ป่าและเขา รวมกันเข้าคือทรัพย์สินแผ่นดินแม่ ฝากลูกไทยรวมใจภักดิ์รักดูแล เพื่อมอบแก่หลานเหลนไทยไปชั่วกาล"
  • 2557 คือ "รักเรียน รู้งาน ถนอมบ้านเมืองไทย ร่วมใจสามัคคีคือลูกที่ดีของแม่"
  • 2556 คือ "คำโบราณว่าดูนางดูอย่างแม่ คือคำแปลว่าแม่ดีมีลูกเด่น จะชายหญิงรู้ชั่วดีมีกฎเกณฑ์ เพราะจัดเจนแบบอย่างในทางดี"
  • 2555 คือ "มือของแม่นั้นคือมือช่างปั้น ขึ้นรูปอันอ่อนลออจนหล่อเหลา อยากให้เป็นงานดีที่งามเงา อยู่ที่คอยขัดเกลา แต่เบามือ"
  • 2554 คือ "เพลงชาติไทยเตือนไทยไว้เช้าค่ำ ให้จดจำจารึกใจไว้ทุกส่วน จะดำรงคงไทยได้ทั้งมวล ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี"
  • 2553 คือ "แผ่นดินนี้แม่ของลูกใช้ปลูกข้าว กี่แสนก้าวที่เดินซ้ำย่ำหว่านไถ บำรุงดินจนอุดมสมดังใจ หวังนาไทยเป็นของไทยไปนิรันดร์"
  • 2552 คือ "แผ่นดินนี้ปู่ย่าตายายสร้าง เคยทอดร่างลงถมถิ่นแผ่นดินแม่ ขอลูกไทยรักษามั่นไม่ผันแปร เป็นไทยแท้มิใช่ไทยแต่ในนาม"
  • 2551 คือ "เมื่อเกิดมาอาศัยถิ่นแผ่นดินไหน ควรมีใจกตัญญูรู้คุณถิ่น หากคนไทยรู้ตอบแทนคุณแผ่นดิน จักไม่มีวันสิ้นแผ่นดินไทย"
  • 2550 คือ "ข้าวในนาปลาในน้ำคำโบราณ คือตำนานความอุดมสมบูรณ์สิน ฝากลูกไทยร่วมห่วงแหนรักแผ่นดิน ถนอมไว้อย่าให้สิ้นแผ่นดินไทย"
  • 2549 คือ "รักในหลวงพร้อมใจใส่เสื้อเหลือง รักบ้านเมืองจงน้อมใจให้สร้างสรรค์ ใส่สีเดียวแล้วใจเดียวกลมเกลียวกัน รักเช่นนั้นชาติของตนจึงพ้นภัย"
  • 2548 คือ "ดุจดังแม่ผู้ประเสริฐบังเกิดเกล้า เลี้ยงเราทุกคนมาจนใหญ่ ทุกคำข้าวคือสินแผ่นดินไทย ควรตรองใจทดแทนคุณแผ่นดิน" 
  • 2547 คือ "เลี้ยงลูกมาอย่างน้อยเจ็ดร้อยปี ให้อยู่ดีกินดีมีสุขถ้วน แม้มีใจกตัญญูรู้การควร ไทยทั้งมวลจงตอบแทนคุณแผ่นดิน" และ
    "แผ่นดินไทยให้ชีวิตจิตวิญญาณ เลี้ยงสังขารลูกไทยจนใหญ่กล้า เทียบพระคุณของท่านคือมารดา จงรักษาและทดแทนคุณแผ่นดิน"
  • 2546 คือ "สามร้อยหกสิบห้าวันคือวันแม่ มิใช่แค่วันใดให้นึกถึงสม่ำเสมอสมัครจิตคิดคำนึง เหมือนแม่ซึ่งรักลูกครบทุกวัน"
  • 2545 คือ "แม่คือพระประจำอยู่ในบ้าน บูชาท่านไว้เถิดเกิดมิ่งขวัญ พระคุณแม่เลิศล้ำเกินรำพัน แม่จึงเป็นคนสำคัญทุกวันไป"
  • 2544 คือ "พระองค์แรกผู้แสนดีให้ชีวิต ครูคนแรกผู้ประสิทธิ์การศึกษา สองหัตถ์โอบนคราพาร่มเย็น รวมคุณค่านี้ได้แก่แม่เราเอง"


 เพลงวันแม่ 




ขอขอบคุณ กัลยาณมิตร  |  Kapook |  MThai  |  Scoop MThai

8 สค. วันอาเซียน

posted Aug 7, 2015, 9:03 AM by ธงชัย สิทธิกรณ์   [ updated Nov 26, 2015, 12:26 AM ]


อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East AsianNations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 เมื่อเริ่มก่อตั้ง ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย

ผู้แทนทั้ง 5 ประเทศ ประกอบด้วย 1. นายอาดัม มาลิก (รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย) 2. ตุน อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน (รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติมาเลเซีย) 3. นายนาซิโซ รามอส (รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์) 4. นายเอส ราชารัตนัม (รัฐมนตรีต่างประเทศสิงค์โปร์) และ 5. พันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ (รัฐมนตรีต่างประเทศไทย)

ในเวลาต่อมา ได้มีประเทศเข้าเป็นสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ 6. บรูไนดารุสซาลาม เป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2527 7. เวียดนาม เป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2538 8. สปป.ลาว และ 9.พม่า เป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2540 และ 10. กัมพูชา ประเทศล่าสุด เข้าเป็นสมาชิก เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2542 ทำให้ให้ปัจจุบันมีสมาชิกอาเซียนทั้งหมด 10 ประเทศ http://th.aectourismthai.com/tourismhub/809


- ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

7 สค. รำลึกถึงพระบิดาแห่งกฎหมายไทย

posted Aug 6, 2015, 9:37 AM by ธงชัย สิทธิกรณ์   [ updated Nov 26, 2015, 12:28 AM ]

http://www.coj.go.th/day/rapee.html
7 สิงหาคม
รำลึกถึงพระบิดาแห่งกฎหมายไทย รำลึกวันรพี

วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ผู้ทรงเป็นผู้วางรากฐานด้านกฎหมายในเมืองไทย

พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 14 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) สิ้นพระชนม์ ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2463 พระชนมายุ 45 ปี

สมัยพระองค์เป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม พระองค์ทรงทุ่มเทให้กับงานราชการอย่างเต็มความสามารถ มิได้ทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย พระยามานวราชเสวี เคยทูลถามว่า "ไม่เคยเห็นใครทำงานมากอย่างใต้ฝ่าพระบาท ใต้ฝ่าพระบาทมีพระประสงค์อย่างไร" ทรงตอบว่า "รู้ไหมว่า My life is service" ซึ่งหมายความว่า "ชีวิตของฉันเกิดมา เพื่อรับใช้ประเทศชาติ"

ด้วยคุณาณุปการอันล้นพ้น เนติบัณฑิตยสภา ได้ถวายการยกย่องพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เป็น "พระบิดาแห่งกฎหมายไทย" เมื่อปี พ.ศ. 2497 และได้เริ่มต้นเรียกวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี ว่าเป็น "วันรพี"
(ขอขอบคุณ: สำนักงานศาลยุติธรรม - http://www.coj.go.th/day/rapee.html)


6 สค. ความสูญเสียที่ฮิโระชิมะ

posted Aug 5, 2015, 9:12 AM by ธงชัย สิทธิกรณ์   [ updated Nov 26, 2015, 12:34 AM ]


6 สิงหาคม 2488
70 ปี ความสูญเสียที่ฮิโระชิมะ

วันที่สหรัฐอเมริกาตัดสินใจ ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโระชิมะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปลายสงครามโลกครั้งที่สอง โดยประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แฮร์รี เอส. ทรูแมน เป็นผู้สั่งการ เมื่อวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488

ระหัสของ "ระเบิดปรมาณู" หรือที่เรียกในปัจจุบันว่าระเบิดนิวเคลียร์ มีชื่อเรียกว่า "เด็กน้อย" หรือ "ลิตเติลบอย" ใส่เมืองฮิโระชิมะในวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ตามด้วย "ชายอ้วน" หรือ "แฟตแมน" ลูกที่สองใส่เมืองนะงะซะกิ โดยให้จุดระเบิดที่ระดับสูงเหนือเมืองเล็กน้อย นับเป็นระเบิดนิวเคลียร์เพียง 2 ลูกเท่านั้น ที่นำมาใช้ในประวัติศาสตร์การทำสงคราม

แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตที่ฮิโระชิมะ 140,000 คน และที่นะงะซะกิ 80,000 คนโดยนับถึงปลายปี พ.ศ. 2488 จำนวนคนที่เสียชีวิตทันทีในวันที่ระเบิดลง มีจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนที่กล่าว และในระยะต่อมายังมีผู้เสียชีวิตด้วยการบาดเจ็บ หรือจากการรับกัมมันตรังสีที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากการระเบิดอีกนับหมื่นคน ผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดของทั้ง 2 เมืองเป็นพลเรือน    - ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย
    


1-10 of 15