เก็บตกจากห้องเรียน




คำถาม ข้อคิดชวนสนใจ จากชั้นเรียน


เกี่ยวกับยุค และช่วงวัยของมนุษย์ (Human Generation and Human Age)




















การติดตั้งคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง กับ 2 หรือ 3 จอภาพ ได้อย่างไร







https://sites.google.com/a/birdkm.com/birdkm/class-information/trip/consume




อุปโภคและบริโภค ต่างกันอย่างไร

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ให้ความหมายคำว่า อุปโภค และบริโภค ไว้ ดังนี้
อุปโภค เป็นคำกริยา หมายถึง นำไปใช้สอยให้เกิดประโยชน์
บริโภค เป็นคำกริยา หมายถึง กินหรือใช้สอยให้เกิดประโยชน์

ดังนั้น คำว่า อุปโภค-บริโภค จึงหมายถึง การใช้สอยสิ่งต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ หรือการกิน อันเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมโดยรวม โดยสิ่งที่ถูกใช้สอยนั้น จะมีการเสื่อมสภาพ ร่อยหรอ หรือหมดไปได้ เมื่อต้องการใช้อีก จะต้องหาสิ่งใหม่มาทดแทนเพิ่มเติม หรือสิ่งนั้นอาจไม่หมดไป และสามารถทดแทนได้ตลอดเวลา

โดยทั่วไป การบริโภค จะเน้นเรื่องของการกิน ส่วนอุปโภค จะเน้นในเรื่องการใช้สอย ดังนั้นการอุปโภค-บริโภค จึงมีนัยครอบคลุมถึงเรื่องการกิน การใช้สอย สินค้า และการบริการ


https://sites.google.com/a/birdkm.com/birdkm/class-information/trip/mind-map
Mind Map (แผนที่ความคิด)

Mind Map หรือ แผนที่ความคิด เป็นวิธีแสดงการประมวลภาพความคิดของมนุษย์ ในมุมมองที่หลากหลาย เป็นการเขียนตามความคิดที่เกิดขึ้นขณะนั้น การเขียนมีลักษณะเหมือนการแตกกิ่งก้านของต้นไม้ ทำให้สมองได้คิดถึงความเชื่อมโยงเหตุการณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ  

แผนที่ความคิด มีประโยชน์ในการบันทึกประเด็นสำคัญจากการประชุม การอภิปรายกลุ่ม จากสมาชิกที่เสนอความคิดเห็น โดยจดบันทึกด้วยคำสั้นๆ ให้เห็นภาพเรื่องราวความเชื่อมโยงประเด็นที่สืบเนื่องสัมพันธ์กันในรูปแบบกิ่งก้านต้นไม้  พร้อมทั้งโยงเข้าหากิ่งก้านที่เกี่ยวข้องกัน ไว้บนกระดาษ ทำให้ทุกคนได้เห็นภาพความคิดของผู้อื่นได้ชัดเจน และเกิดความคิดใหม่ต่อไปได้


https://sites.google.com/a/birdkm.com/birdkm/class-information/trip/balanced-scorecard
Balanced Scorecard (BSC)


1. The Learning and Growth Perspective เป็นมุมมองด้านการเรียนรู้และการเติบโต ได้แก่ การพัฒนาความรู้ ความสามารถของพนักงาน ความพึงพอใจของพนักงาน การพัฒนาระบบ การอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของพนักงาน เป็นต้น

2. The Business Process Perspective เป็นมุมมองด้านกระบวนการทำงานภายในองค์การ ได้แก่ การคิดค้นรูปแบบ หรือนวัตกรรมใหม่ๆ การจัดโครงสร้างองค์การที่มีประสิทธิภาพ การประสานงานภายในองค์การ การจัดการด้านสายงานผลิตที่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น

3. The Customer Perspective เป็นมุมมองด้านลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ภาพลักษณ์ กระบวนการด้านการตลาด การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ เป็นต้น

4. The Financial Perspective เป็นมุมมองด้านการเงิน ได้แก่ การเพิ่มรายได้ ประสิทธิภาพในการผลิตที่มีต้นทุนต่ำ และการสูญเสียระหว่างกระบวนการผลิตน้อย การหาแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำ เป็นต้น ในองค์การทางการศึกษา หรือองค์การที่ไม่มุ่งผลกำไร จะหมายถึง มุมมองด้านผลสัมฤทธิ์ตามยุทธศาสตร์